ตอนที่ 3 เสน่ห์เนื้อทอง

ด้วยรักและวิญญาณ 3163 words 2023-10-13 06:18:24

กลางเรือนหมอเสน่ห์มีหญิงร่างท้วมคนหนึ่ง นั่งอยู่เบื้องหน้าด้วยท่าทางอาการหมอบกราบ ใบหน้าหมองก้มต่ำลงไปจนเกือบติดพื้น กระดานเรือน เนื้อทองขยับคลานมานั่งอยู่เยื้องไปทางเสาเรือนกลางบ้าน เอียงข้างพิงไหล่ข้างหนึ่งพักไว้กับเสาไม้

“มึงมีเรื่องเดือดร้อนอะไรก็ว่ามา” เสียงห้วนเอ่ยถามทั้งที่นัยน์ตายังปิดสนิท

“ข้าอยากทำเสน่ห์เรียกผัวคืน”

“เฮอะ รอบนี้เห็นจะไม่ง่ายอย่างครั้งก่อน เรือนนั้นมันไม่ยอมง่ายๆ” ตาแข็งเหลือกลืมขึ้นมาก่อนจะยิ้มเยาะ

“ช่วยข้าทีเถิดพ่อหมอ ข้ายอมแลกด้วยทุกสิ่งทุกอย่าง หากแต่ข้าเสียผัวไปไม่ได้จริงๆ”

“มึงยอมแลกด้วยทุกอย่างแน่หรือ...” ร่างหนายื่นล้ำค้ำศอกลงบนหัวเข่า ดวงตาเป็นประกายฉายแววเหี้ยมขึ้นมาในบัดดล

“แน่จ้ะ ขอแค่ให้มันกลับมาหาข้า ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิต ข้าก็ยอม” พานขันธ์บูชาครูอันประกอบด้วยข้าวตอก ดอกไม้ ธูปเทียนห่อด้วยกรวยใบตองถูกชูขึ้นเหนือหัว

“ฮึ ได้อย่างนั้นก็ดี” มือหยาบใหญ่ยื่นออกไปรับพานขันธ์ ปากคล้ำขมุบขมิบท่องบ่นมนต์ดำงึมงำพึมพำก่อนจะเป่าลมเย็นพ่นผ่านกระหม่อมหนา พานขันธ์บูชาครูถูกส่งยื่นให้ลูกชายซึ่งคลานขยับมารับไว้ พ่อหมอชำนาญงานเสน่ห์หยิบของสิ่งหนึ่งมาจากหิ้งบูชา ลักษณะคล้ายกระดูกไก่แห้งๆ สองท่อนมัดติดกันไว้ด้วยด้ายสายสิญจน์สีแดง

“เนื้อทอง” หมอเสน่ห์ขานชื่อลูกชายเพียงเบาๆ

“จ้ะ พ่อ” เด็กน้อยรู้หน้าที่คลานเข่าขยับยกขันทองเหลืองใบหนึ่งมาตั้งวางลงตรงเบื้องหน้า

กิ่งว่านหลงนาง ขนาดเท่านิ้วก้อย ถูกน้ำมาเคียนจุดไฟจนเกิดกลายเป็นควันคลุ้ง คาถาภาษาเขมรโบราณพรั่งพรูออกมาจากริมฝีปากหยักรัวเร็วจนฟังไม่ได้ศัพท์ท่องกลับออกมา มือหยาบจับกระดูกผีตายโหงวนรอบว่านในตำราเก่าแก่ ปากพร่ำบริกรรมคาถาภาษาไสยเวทย์ครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นส่งให้คนที่อยากได้ ข้อศอกแข็งทรุดปักลงไปบนพื้นเรือน ไหล่ลู่กดต่ำจนเกือบเป็นนอนราบ ร่างท้วมสั่นกราวเหงื่อกาฬแตกพลั่กด้วยความกลัว สำนึกรู้ถึงสิ่งลี้ลับ อันมองไม่เห็นกำลังเกิดขึ้นกับตัวเอง เนื้อทองน้องน้อยเหลือบสายตาจ้องมองบ่าสองข้างของหญิงผัวทิ้ง เห็นอสุรกายร่างผอมหัวโตนั่งยองอยู่บนไหล่ ลิ้นยาวแลบเลียออกมาปัดป่ายปาดไปตามหน้าตาเนื้อตัวของคนทุกข์ใจ หมองหมางเพราะผัวมาห่างเหิน

วิญญาณร้ายหน้าตาน่าเกลียดน่ากลัว นั่งยองอยู่บนไหล่นั้นมั่นคงไม่คลอนแคลนโครงเครงแม้แต่น้อย วิญญาณผีลูกชายหมอเสน่ห์มองไปยังวิญญาณผีตายโหงตัวนั้นด้วยแววตาอันว่างเปล่า

“มึงเอานี่ไป ก่อนขึ้นเรือนให้มึงเตรียมเครื่องเซ่นใส่กระทงวางไว้ตรงหัวกระไดอย่าได้ขาด ของนี่เอาไปไว้ใต้แท่นที่นั่ง ที่นอนของมัน ใต้หมอน ใต้ฟูกได้ทั้งนั้น ไม่พ้นสามวันมันจะกลับมา” หมอคุ้มยื่นกิ่งว่านลงคาถามหาเสน่ห์เรียกผัวคืนให้หญิงชาวบ้าน

“ทำเท่านี้หรือพ่อหมอ”

“เท่านี้ก็พอ แล้วเอ็งอย่าได้ลืมว่าให้คำมั่นอะไรข้าไว้”

“ข้าไม่ลืมดอก หากผัวข้ามันคืนเรือนเมื่อใด พ่อหมออยากได้สิ่งใด ข้าจะเร่งหามาถวาย” หญิงท้วมไหล่หนักหมอบกราบลงไปบนพื้นเรือน พร้อมกับให้คำมั่นสัญญา จากนั้นเคียนกิ่งว่านหลงนางอันผ่านการปลุกเสกเหน็บไว้ที่ชายพก ค่อยๆ คลานถอยหลังออกไป แล้วแทนที่ด้วยคนทุกข์ใจคนใหม่เข้ามานั่งแทนตำแหน่งเดิม




บนเรือนไม้ด้านหลังเป็นลานกว้างยื่นออกไปตีผนังกั้นสูงสร้างขึ้นมาเพื่อใช้หลบหลีกสายตาของผู้คน เสาไม้มงคลสี่อย่างอันได้แก่ ไม้สักหนึ่ง ไม้กันเกราหนึ่ง ไม้ขนุนและไม้มะขามอีกอย่างละหนึ่ง ปักโยงด้วยด้ายสายสิญจน์รอบทิศ เทียนไขแท่งใหญ่จุดสว่างเต็มกลางชานเรือน ตรงกลางนั้นมีตุ่มน้ำขนาดใหญ่ ด้านในเป็นน้ำมนต์อันได้มาจากน้ำฝน น้ำฟ้า อันไม่ตกต้องผ่านชายคาเรือน เพื่อความสะอาดบริสุทธิ์ ล้นปริ่มเต็มขอบโอ่ง ถูกโรยโปรยไว้ด้วยดอกไม้ของหอมนานาชนิด ร่างเปลือยของหนุ่มน้อยเนื้อทองขาวสว่างแข่งกับแสงจันทร์ กำลังนั่งหลับตาพนมมือท่องบ่นบริกรรมคาถา อันพ่อสอนให้ ในทุกคืนเพ็ญพระจันทร์เต็มดวง นี่คือพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้เป็นพ่อ

จะปิดประตูเรือน เพื่อทำพิธีชุบตัวให้กับเนื้อทองผู้เป็นบุตรชาย ติดต่อกันเช่นนี้มานานถึงเจ็ดปี ไม่มีขาดแม้แต่คืนเพ็ญเดียว

“มนต์มหาเสน่ห์หมื่นเล่ม พันคาถา ข้าจะเสกมนต์ขลัง ฝังมันลงไปในกระดูก เนื้อหนังและเลือดเนื้อของเอ็งเนื้อทอง หากแม้นผู้ใดมีบุญได้ครอบครอง จะเสริมดวง เสริมบารมี ดึงดูดทั้งทรัพย์หยาบ เรียกหาทั้งทรัพย์ละเอียด บังเกิดเป็นมหาโชคมหาลาภ ไม่ว่าคิดอ่าน ทำกิจการงานสิ่งใด จะสำเร็จลุล่วงได้ง่ายดั่งลัดนิ้วมือ แม้ฝ่าตีนนี้เหยียบไปที่ไหน ก้าวไปที่ใด จะนำพาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองอุดมสมบูรณ์ นาแล้งจะเปลี่ยนเป็นนาลุ่ม ฝนจะชุ่ม แผ่นดินจะชื้น ไม่มีคำว่าอดอยาก ไม่รู้จักคำว่ายากแค้น คำว่าไม่มี คำว่าไม่สำเร็จ เป็นไม่รู้จัก หากใครได้เอ็งไปครอง จะเปรียบดั่งมีแก้วจักรพรรดิ แก้วสารพัดนึกอยู่ในกำมือ มนต์นะเนื้อทอง ประกอบด้วยคุณวิเศษครอบจักรวาลนี้ ทั่วทั้งแผ่นดิน มีเพียงเอ็งผู้เดียวเท่านั้นเนื้อทองลูกพ่อ”


เข็มเงินสำหรับสักยันต์ลงอาคมยาวกว่าวา ทิ่มทะลุแผ่นหลังสีขาวนวลเกิดเป็นอักขระขอมโบราณ เลือดสีแดงซึมผ่านมาจากรูขุมขนอันเข็มแหลมมีคมทิ่มแทงลงไป จนเมื่ออักขระหนึ่งสิ้นสุดปลายอักษร ตัวหนังสือ อันแทบหาผู้รู้ท่านใดจะอ่านออก กลับปรากฏเปลี่ยนกลายเป็นลำแสงสีทอง สว่างเรืองรองส่องประกายขึ้นมา ทะลุผ่านเนื้อหนังตลอดทั่วทั้งเรือนร่าง ตั้งแต่ปลายนิ้วเท้าซึ่งชุ่มแช่อยู่ในโอ่งน้ำมนต์ หน้าแข้ง หน้าขา หน้าท้อง ตลอดลามมาจนถึง แผงอกบอบบาง ลำคอเรียวงามระหง ไม่เว้นว่างสักตารางนิ้วเดียว ใบหน้างามดั่งเทวดาจุติลงมาบนพื้นดิน หลับตาพริ้มอวดแผงขนตางอนยาวสีดำขลับ ขนคิ้วเรียงเรียวดั่งโค้งวงพระจันทร์เสี้ยวขับเครื่องหน้านั้นให้งดงาม เบียดบังความงามแห่งพระจันทร์ในคืนเพ็ญให้หมองหม่นลงไป ยามเมื่อมัน ส่องแสงลงมาตกต้องกระทบร่างของเนื้อทองหนุ่มน้อยในวัยสิบห้าปี จวบเมื่อเสียงไก่ขันในวันรุ่งและเทียนทุกเล่มมอดดับสนิท หมอคุ้มขยับลุกขึ้นจากแท่นแล้วเดินมาหยุดยืนมอง ร่างของเนื้อทองผู้เป็นบุตรชายด้วยความภาคภูมิใจ

“นะเนื้อทอง ทั่วทั้งแผ่นดินนี้จะหามนต์เมตตามหานิยม เสริมดวง สร้างมงคลบทใดมาเทียบมันได้ไม่มีอีกแล้ว”

“พ่อ” เนื้อทองก้มกราบวางกระพุ่มมือทาบลงไปบนหลังตีนหมอเสน่ห์

“เนื้อทองลูกพ่อ” นิ้วหัวแม่มือกดประทับลงไปตรงกลางหน้าผากแคบ ปากพร่ำท่องคาถาใช้มนต์ดำครอบร่างในการพรางตา เพื่อบดบังร่างงามของบุตรชายให้รอดพ้นจากสายตาผู้คนที่อาจคิดร้าย หมายทำเรื่องระยำอัปรีย์หรืออาจล่อหลอกลวงใจ ให้เด็กหนุ่มอ่อนวัยไร้เดียงสา หลงคารมคมคำหวานได้โดยง่าย

หนุ่มน้อยร่างงุ้มพิกลพิการน่าเกลียดน่าชังนั่งพับเพียบอยู่บนเสื่อเก่า ริมรั้วหน้าบ้าน ขยับขึ้นเปลี่ยนอิริยาบถเป็นคุกเข่า ก่อนจะยกมือแปขึ้นมาอยู่ในท่าพนมจรดนิ้วหัวแม่มือขึ้นมาแตะหน้าผากโปน ภิกษุชราผ่อนฝีเท้าเดินมาหยุดอยู่เบื้องหน้าเด็กน้อยดวงตาเหล่ขวาง หากแต่ประกายตานั้นแวววาวสุกสกาวสว่างไสว ปากแหว่งวิ่นฉีกรอยยิ้มอย่างยินดี แขนคดประคองถาดและขันข้าวบรรจงตักข้าวสวยหุงใหม่ใส่ลงไปในบาตรเหล็ก

“อายุ วัณโณ สุขัง พลัง” คำให้พรเป็นภาษาบาลีกล่าวแต่เพียงสั้น ปากแหว่งยิ้มอวดฟันห่างอย่างแสนซื่อ

“เด็กวัดใหม่หรือหลวงตา เนื้อทองไม่เคยเห็นหน้า” ตาโปนพินิจมองเด็กวัดใหม่ อายุอาจจะไล่เลี่ยกันห่างมากห่างน้อยคงไม่พ้นสามปี

“อืม ชื่อรุ่ง” หลวงตาพยักหน้ารับ

รุ่ง เด็กหนุ่มรุ่นกระทงใบหน้าขรึมเรียบเฉย เจ้าของดวงตาเศร้าก้มลงมองดูเด็กน้อยหน้าตาประหลาดด้วยความเวทนาสงสาร ขยับยิ้มมุมปากกับพยักหน้าให้น้อยๆ แทนคำทักทาย

“ชื่อพี่รุ่งอย่างนั้นหรือ เนื้อทองมีขนม พี่รุ่งเอาไปกินสิ” หนุ่มน้อย ร่างไม่สมประกอบขยับกายอย่างยากลำบาก คลานไปหยิบตะกร้าหวายก่อนจะส่งขนมห่อใบตองใส่มือให้เด็กวัดคนใหม่อย่างใจดี

“ขอบใจนะ” มุมปากยกขึ้นน้อยๆ พร้อมกับมองขนมห่อเล็กในมือ

“ขนมนี่ทองทำเอง เอาไว้วันพรุ่งทองจะทำเผื่อพี่รุ่งอีก”

“ขอบใจ” แววตาอ่อนโยนมองร่างงุ้มค่อยๆ ขยับยันกายลุกขึ้นแล้วเดินโขยกขาเป๋เอวคดกลับขึ้นไปบนกระไดเรือน สูงขึ้นไปนั้นร่างสูงใหญ่ใบหน้าดุยืนถมึงทึงถลึงตาลงมาเหมือนไม่ค่อยพอใจเท่าใดนัก

“นั่นใครหรือขอรับหลวงตา” เด็กวัดท่าทางขลาดกลัวเอ่ยถาม

“นั่นหมอคุ้มพ่อไอ้ทองมัน หมอคุ้มเป็นหมอทำเสน่ห์คุณไสยในหมู่บ้าน เอ็งอยู่ให้ห่างไว้เป็นดี” หลวงตาชรามองผ่านขึ้นไปสบตากับหมอเสน่ห์จากนั้นจึงก้าวเท้าย่ำเดินต่อไป


คืนข้างแรมไร้ซึ่งแสงจันทร์ เสียงจอบเสียมสับขุดลงไปในหลุมดินฝังผี ลึกลงไปมากกว่าศอก ห่อเสื่อไม้ไผ่ผืนใหญ่พันร่างไร้ลมหายใจของหญิงสาวนางหนึ่ง กลิ่นเหม็นเน่าตีคลุ้งฟุ้งลอยขึ้นมาจากหลุมดินย่นจมูกของทั้งลูกศิษย์ ลูกชายก่อนจะพากันยกมือขึ้นมาอุดจมูกแน่น รอบด้านทั้งสี่ทิศมีเสาหลักปักอาณาเขต ผูกโยงด้ายสายสิญจน์ลงอาคมป้องกันวิญญาณอื่นมาก่อกวนขณะทำพิธีสำคัญ

“เอามันขึ้นมา” เสียงเข้มออกคำสั่ง

“ทำไมมันไม่ขึ้นวะ ฤทธิ์เยอะเหลือเกินนะมึง” ไอ้ครั้นศิษย์เอกออกปากบ่นเมื่อพยายามดันร่างหนักขึ้นมา แต่กลับพบว่าร่างผีหนักราวกับแท่งหิน

“ฮึ มึงจะลองดีกับกูรึ อีผัน” ฝ่ามือหยาบตบฉาดลงบนหัวเข่า ตามมาด้วยบทสวดท่องคาถาปราบพยศผี รอบด้านได้ยินเหมือนเสียงฝีเท้าคนนับร้อยเดินย่ำใบไม้ขยับมาใกล้ดังแซกๆ

“มึงจะขึ้นมาดีๆ หรือต้องให้กูไปลากวิญญาณมึงขึ้นมา” หมอเสน่ห์ มือฉมังตวาดดังเสียงดุ

“ฮืออออ” เสียงครางชวนขนหัวลุกดังขึ้นมาจากหลุมดิน

“ไอ้ครั้นลากมันขึ้นมา”

“ขอรับ พ่อครู”

ศพอืดตัวบวมหน้าเขียวถูกลากให้ลุกขึ้นมานั่งด้วยความยากลำบากเพราะเส้นเอ็นมันยืดยึดเหนี่ยวจนแขนขาหลังไหล่เหยียดตึง ไอ้ครั้นศิษย์เอกหยิบเอาเสาไม้ขนาดเล็กเท่าลำแขนเด็กมาตอกลงไปในหลุมดิน แล้วพิงศพผีมัดยึดเอาไว้เพื่อกันไม่ให้ล้ม เนื้อทองสะบัดผ้าขาวผืนเท่าอาสนะรองนั่งของพ่อลงไปบนพื้น ก่อนจะหยิบล้วงเครื่องพิธีออกมาวางเรียงให้อย่างรู้หน้าที่

หมอคุ้มนั่งขัดขาอยู่ในท่าสมาธิเปิดปากท่องบ่นมนต์คาถา ครู่เดียวเท่านั้นเปลือกตาบวมน้ำเหลืองสีเขียวอมม่วงคล้ำ เหลือกลืมเบิกโพลงขึ้นทันที เมื่อเทียนชัยถูกจุดรนลงไปใต้คางอูม ใบหน้าถมึงทึงของศพผีตายโหง จ้องนิ่งเหมือนไม่เต็มใจให้สิ่งอันมีค่านี้แก่หมอเสน่ห์ หยดน้ำมันสีเหลืองกลั่นออกมาทีละน้อย ย้อยตกลงไปในขวดแก้วใบเล็ก

เมื่อขวดแก้วนั้นเต็มปริ่มไปด้วยของเหลวสีเหลือง หมอคุณไสยจึงนำผ้ายันต์ลงอาคมมาห่อไว้ทบหนึ่ง แล้วมัดไว้ด้วยด้ายสายสิญจน์ เพื่อสะกดวิญญาณ เนื้อทองล้วงเอาหม้อดินเผาขนาดเล็กออกมาจากย่าม ซึ่งสะพายติดข้างตัวมาส่งให้พ่อ เพื่อใช้เก็บรักษาไม่ให้ขวดน้ำมันพราย น้ำมันผีของดีหายากตกหล่นหรือหกแตก

ปากหม้อมีผ้ายันต์แดงปิดทับแน่นหนา แล้วร่ายลงคาถาสะกดไว้

อีกรอบเพื่อความปลอดภัย มีดหมอลงอาคมเล่มใหญ่ถูกชักออกมาจากปลอก ก่อนจะปักเข้าไปตรงกลางอกของศพผีตายโหง น้ำเลือดน้ำหนองพุ่งกระฉูดออกมาส่งกลิ่นเหม็นเหมือนมีหมาเน่ามาวางเรียงกันตรงหน้าสักสิบตัว

ครึก ครึก กึก มีดคมเลาะกระดูกแล้วดึงรูดออกมาอย่างเชี่ยวชาญ ลมผ่านพัดตึง ตึง แข่งกับเสียงหมาหอนดังขึ้นเรื่อยๆ ตามขั้นตอนพิธีกรรมอันขรึมขลัง เสร็จจากการเลาะกระดูกผี หมุดเหล็กคล้ายตะปูยาวตอกปักลงไปกลางกระหม่อมซ้ำๆ เพื่อเจาะกะโหลกแกะเอากระดูกส่วนสำคัญออกมาได้สำเร็จในที่สุด จากนั้นทั้งเสียงหมาหอน เสียงลม เสียงฟ้าก็ค่อยๆ จางจนหายไป ทุกสรรพสิ่งเงียบสงบนิ่งสงัดกลับคืนสู่ความวังเวง

“เอาละ เสร็จแล้ว ไอ้ครั้นมึงจัดการฝังมันคืนเสียให้เรียบร้อย”

“เอาเท่านั้นหรือพ่อครู” ไอ้ครั้นนั่งยองมองหน้าผีเน่าตรงหน้า

“มึงจะเอาอะไรอีก”

“ลูกในท้องมันเล่า พ่อครูไม่เอาหรือ”

“ลูกกรอก กุมารทอง รักยม กูมีมากแล้ว ถ้ามึงอยากได้ไปเลี้ยงก็เรียกหาวิญญาณมันมา”

“อย่างนั้นไม่เอาดีกว่า ข้าขี้คร้านเลี้ยง” ศพผีอันไร้อิทธิฤทธิ์ถูกไอ้ครั้นถีบกลับลงไปนอนในหลุมตามเดิม จากนั้นมันโยนเสื่อลงไปคลุมหน้าให้พอกันอุจาดตา แล้วใช้ตีนถีบเศษดินที่มันขุดขึ้นมากลบกลับคืนลงไปในหลุม ก่อนจะเหยียบให้ราบเรียบตามเดิม

เนื้อทองเพียงเหลียวหลังกลับไปมองหลุมฝังศพของอีผัน แม่ค้า ขายปลาในตลาดที่เคยยืนเท้าเอวชี้หน้าด่าตนอยู่บ่อยๆ โชคร้ายบังเอิญถูกควายขวิดตายเมื่อสองวันก่อน ชะตามันคงไม่อาภัพเช่นนี้ถ้าผัวมันไม่มาร้องร่ำคร่ำครวญว่าอีผันเพิ่งจะตั้งท้องลูกคนที่สามได้ไม่นาน ความจึงวิ่งมาเข้าหูพ่อหมอคุ้ม นานทีจะมีศพผีตายทั้งกลมอย่างนี้มาฝัง ในป่าช้า มีหรือหมอเสน่ห์อย่างหมอคุ้มจะปล่อยผ่านไปง่ายๆ

“พ่อ” เนื้อทองกระโดดเข้าไปเดินชิดติดหลังผู้เป็นพ่อ เมื่อรู้สึกเหมือนมีใครบางคนเดินตามฉับๆ มาด้านหลัง

“ฮึ เอ็งมากับพ่อ เอ็งจะกลัวอะไรวะเนื้อทอง”

“ทอง กลัววว” สายตาหลุบมองต่ำมือบางจับไปยังย่ามสีดำของพ่อซึ่งเดินนำอยู่ข้างหน้า หูสองข้างแว่วเสียงครวญครางของวิญญาณสารพัดผี ดังมาจากทั่วทุกสารทิศ เงาดำสูงบ้างต่ำบ้าง ลอยวูบไหวเดินไปเดินมา พวกที่พอมีฤทธิ์บ้างยืนแลบลิ้นปลิ้นตา แหวกอกควักพุงล้อหลอกอยู่เต็มสองข้างทาง

“พวกมันก็ทำได้เท่านั้นแหละ ไม่ต้องไปกลัวมัน” คนเป็นพ่อพูดขึ้นเหมือนเห็นเป็นเรื่องปกติ

“พ่อครูก็พูดได้สิ พ่อครูอาคมแก่แล้วนี่” ไอ้ครั้นคว้าย่ามเดินเกาะหลังลูกชายหมอเสน่ห์มาติดๆ

“มึงก็รีบเรียนวิชาจากกูให้แตกฉานสิวะจะได้เลิกปอดแหกสักที

แล้วกลับเรือนไป อย่าลืมตั้งเครื่องเซ่นเลี้ยงผีอย่าให้ขาด ไม่อย่างนั้นกูจะฟาดกบาลมึง แล้วเอาเลือดหัวมึงมาเซ่นผี”

“ข้าก็เรียนอยู่นี่”

“มึงเรียนจากกูมากี่ปีแล้วไอ้ครั้น แค่ขุดผีขึ้นมาจากหลุม มึงยังต้องให้กูมาคอยยืนคุมอยู่อย่างนี้ มึงมันไอ้ศิษย์ขี้ทูด”

“ก็พ่อครูขุดผีแต่ละตัวเฮี้ยนน้อยเสียเมื่อไหร่”

“มึงยังจะเถียงกูอีก เถียงครูบาอาจารย์อย่างนี้นี่เล่า มึงถึงไม่แตกฉานในวิชาสักที”

“เกี่ยวอะไรกันเล่าพ่อครู ข้าแค่พูดให้ฟังเท่านั้นดอกว่าไอ้อีผีพวกนี้นั้น ฤทธิ์เดชมันมากเกินกำลังวิชาข้าก็เท่านั้น”

“มึงนี่มันหัวทึบเหลือเกิน ถ้าผีกระจอก วิญญาณง่อยๆ กูจะเลี้ยงมัน ให้เสียข้าวสาร เปลืองข้าวสุกทำไม เลี้ยงไปก็ไร้ประโยชน์เหมือนมึงนี่ไง” หมอคุ้มหันมาจิ้มนิ้วลงไปกลางหน้าผากศิษย์เอกให้ทีหนึ่งแล้วจ้ำขาเดินนำหน้าไปอย่างไม่เหลียวมาสนใจเด็กหนุ่มทั้งสอง

“ไอ้ครั้นพ่อว่ามึงโง่” เนื้อทองหันมองอมยิ้มล้อคนด้านหลัง

“เออ กูรู้แล้วมึงไม่ต้องย้ำ คอยดูนะไอ้ทองสักหวังหนึ่ง กูจะต้องเป็นหมอผีมีอาคม แก่วิชาไม่น้อยหน้าพ่อครูดอก”

“มึงพูดอย่างนี้ มาตั้งแต่กูตัวน้อยๆ กูคอยให้มึงเก่งมานานแล้วนะ”

“อุบ้ะไอ้นี่ เดี๋ยวกูถีบให้ ถ้ากูไม่เกรงใจว่ามึงเป็นลูกพ่อครูนะไอ้ทอง” ไอ้ครั้นยกตีนขึ้นมาถีบตูดจนคนพิการตัวเล็กเซเสียหลัก

“นี่มึงเกรงใจพ่อกูแล้วเหรอ” เนื้อทองเลื่อนมือไปคลำตูดที่ถูกถีบ

“วันนี้วันพระ พ่อให้เอ็งไปเที่ยวเล่นได้หนึ่งวัน”

คำอนุญาตนั้นทำให้ลูกชายยิ้มออกมาได้ เนื่องจากทุกวันพระหมอคุ้มจะเข้าฌานนั่งสมาธิถืออุโบสถศีลหนึ่งวัน เพื่ออุทิศส่วนบุญที่ได้นั้นส่งคืนให้วิญญาณผีทั้งหลายที่ตนสะกดเอามารับใช้ในเรือนและงานทำเสน่ห์ ในทุกวันพระจึงไม่มีการรับขันธ์บูชาครูหรือทำเสน่ห์ เสกคาถาใดๆ ทั้งสิ้น

“จ้ะพ่อ ทองไปเที่ยวไม่ไกลดอก”

“เดี๋ยวก่อนเนื้อทอง เอ็งจำคำที่พ่อสอนเอาไว้ให้ดี อย่ารับของจากมือใคร อย่ากินของที่คนอื่นหยิบยื่นให้เป็นเด็ดขาด เข้าใจที่พ่อสอนหรือไม่”

“เข้าใจ จ้ะพ่อ”

“หากเข้าใจก็ทำตามที่พ่อสอน อย่าได้ดื้อรั้นกับพ่อนัก ไม่อย่างนั้นพ่อจะเฆี่ยนเอ็งเสียให้หลังขาด” เสียงเข้มดุลูกชายจริงจัง

“จ้ะพ่อ” เด็กน้อยรีบคลานถอยออกมาจากหน้าแท่นบูชา ก่อนจะวิ่งกระโดดดีดขาลงจากเรือน

Previous Next
You can use your left and right arrow keys to move to last or next episode.
Leave a comment Comment

Waiting for the first comment……

Please to leave a comment.

Leave a comment
0/300
  • Add
  • Table of contents
  • Display options
  • Previous
  • Next

Navigate with selected cookies

Dear Reader, we use the permissions associated with cookies to keep our website running smoothly and to provide you with personalized content that better meets your needs and ensure the best reading experience. At any time, you can change your permissions for the cookie settings below.

If you would like to learn more about our Cookie, you can click on Privacy Policy.