ท่านเทพข้าขอพรแค่หนึ่ง แล้วเหตุใดใด้สามีมาสี่คนกันเล่า
Share:

ท่านเทพข้าขอพรแค่หนึ่ง แล้วเหตุใดใด้สามีมาสี่คนกันเล่า

READING AGE 18+

ฝากรักไว้ที่ปลายฟ้า others

0 read

ภายในจวนสกุลไป๋อันโอ่โถง กลิ่นยาสมุนไพรขมปร่าตลบอบอวลไปทั่วห้องนอนที่ประดับประดาด้วยของล้ำค่า ไป๋ชิงเหยียนนอนอยู่บนเตียงไม้จันทน์หอม นางจ้องมองเพดานด้วยสายตาว่างเปล่า มือเรียวบางซูบซีดจนแทบเห็นเส้นเลือดพาดผ่านภายใต้ผิวขาวจัดดุจหิมะ

"ท่านพ่อ..นี่ข้ายังต้องดื่มยานี่อีกหรือเจ้าคะ?"

เสียงของนางแหบพร่าและเบาหวิวราวกับปีกแมลงปอ

ท่านเสนาบดีไป๋ ผู้ทรงอิทธิพลในราชสำนักยามนี้กลับมีใบหน้าหมองเศร้า ดวงตาที่เคยเฉียบคมรื้นไปด้วยหยาดน้ำตาขณะมองบุตรีอันเป็นที่รัก

"เหยียนเอ๋อร์ หมอเทวดาจากแดนใต้เพิ่งจัดยาเทียบนี้มาให้ เจ้าทนลำบากอีกนิดเถิด"

‘ลำบากอีกนิดงั้นหรือ?’

ชิงเหยียนแค่นยิ้มในใจ

ตั้งแต่เธอทะลุมิติมาอยู่ในร่างนี้เมื่อสามเดือนก่อน สิ่งที่เธอทำได้มีเพียงสองอย่างคือนอนและกินยา เธอคือสาวออฟฟิศที่เคยแบกร่างไปทำงานประหนึ่งควายเหล็ก แต่พอกลายมาเป็นคุณหนูใหญ่สกุลไป๋ผู้ร่ำรวยมหาศาล ทว่าเพียงขยับปลายนิ้วก็เหนื่อยจนแทบขาดใจตาย

หมอเทวดาเป็นสิบคนถูกเชิญมาที่จวน บ้างก็ว่าเป็นโรคหัวใจ บ้างก็ว่าชีพจรพร่อง แต่ทุกคนต่างลงเอยด้วยการส่ายหน้าและกระซิบกับท่านเสนาบดีว่า

“คุณหนูใหญ่มีวาสนาเพียงเท่านี้..เตรียมจัดงานพิธีไว้ล่วงหน้าเถิด”

“เหยียนเอ๋อร์ พ่อตัดสินใจแล้ว”

ท่านเสนาบดีไป๋วางถ้วยยาลงพลางกำมือแน่น

“ในเมื่อการรักษากับหมอไร้ผล พ่อจะส่งเจ้าไปสวดมนต์ที่อารามจันทราส่องบนยอดเขา ที่นั่นเงียบสงบและศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก เผื่อพระโพธิสัตว์จะเห็นใจเมตตาต่ออายุขัยให้เจ้า”

ไป๋ชิงเหยียนอยากจะค้านใจจะขาด การเดินทางขึ้นเขาด้วยร่างกายที่พร้อมจะตายได้ทุกเมื่อแบบนี้ไม่ต่างจากการส่งนางไปตายเร็วขึ้นเลย แต่พอมองเห็นแววตาสุดท้ายที่เต็มไปด้วยความหวังของชายที่ขวนขวายเพื่อลูกสาวขนาดนี้ นางจึงทำได้เพียงพยักหน้าเบาๆ และคาดหวังว่าคงจะมีวิธีต่ออายุให้นางอีกสักหน่อย

ขบวนรถม้าสกุลไป๋นั้นเรียบง่าย และกำลังมุ่งหน้าสู่เทือกเขาสูงชัน ชิงเหยียนนอนขดตัวอยู่บนฟูกหนานุ่มภายในรถม้า นางรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นตุ๊กตากระเบื้องเคลือบที่ถูกส่งไปซ่อมแซม

‘ให้ตายเถอะ ชีวิตที่แล้วทำงานงกๆ จนตาย มาชีวิตนี้กลับต้องมาป่วยตายในร่างคนรวยเนี่ยนะ สิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือใครก็ได้ ถ้ามีจริงล่ะก็ ช่วยให้ฉันได้ใช้ชีวิตแบบมีแรงกระโดดโลดเต้นเหมือนคนอื่นเขาสักทีเถอะ!’

ขณะที่กำลังตัดพ้อต่อว่าโชคชะตาในใจ รถไม้ก็พลันหยุดกะทันหันจนร่างของนางเกือบไถลตกจากที่นอน

“เกิดอะไรขึ้นงั้นหรือ?”

นางถามเสียงสั่น

“เรียนคุณหนู มีหญิงชราผู้หนึ่งนอนบาดเจ็บขวางทางอยู่เจ้าค่ะ ดูเหมือนจะถูกรถม้าคันอื่นชนแล้วหนีไป”

ชุ่ยหลานสาวใช้ข้างกายรายงานด้วยความร้อนรน

ชิงเหยียนขมวดคิ้ว ความเหนื่อยล้าพลุ่งพล่านแต่สัญชาตญาณความเห็นใจมันรุนแรงกว่า ผู้ใดมันชั่วช้าถึงขนาดที่ชนหญิงชราแล้วหนีไปกันนะ

“ไป..พาข้าลงไปดูนางหน่อย”

“แต่คุณหนู ร่างกายท่าน...”

“ข้ายังไม่ตายตอนนี้หรอกน่า พยุงข้าลงไป!”

ด้วยความดื้อรั้น ชิงเหยียนจึงถูกพยุงลงจากรถม้า ลมภูเขาพัดปะทะใบหน้าจนนางไอคอกแค่ก ทว่าเบื้องหน้าคือหญิงชราในชุดผ้าป่านราคาถูกที่นอนคุดคู้ เลือดสีแดงฉานอาบเปรอะเปื้อนตามร่างกาย

ชิงเหยียนรวบรวมแรงเฮือกสุดท้าย คุกเข่าลงข้างๆ หญิงชราผู้นั้น พลางใช้ผ้าเช็ดหน้าสะอาดซับเลือดให้อย่างอ่อนโยน

“ท่านยาย..อดทนไว้นะเจ้าคะ ข้ามีคนติดตามเยอะ ข้าจะให้พวกเขาช่วยท่าน..แข็งใจเอาไว้ก่อน ข้าจะพาท่านไปหาหมอ..”

ไป๋ชิงเหยียนพยายามพยุงกายที่สั่นเทา พลางตะโกนสั่งองครักษ์ด้วยเสียงที่แหบแห้งที่สุดเท่าที่จะทำได้

"เร็วเข้า! รีบอุ้มท่านยายขึ้นไปบนรถม้า..ในรถมีกล่องยาและน้ำสะอาด..รีบไป!"

เหล่ายอดฝีมือสกุลไป๋ต่างลังเล เพราะคำสั่งของนายท่านคือต้องดูแลคุณหนูยิ่งชีพ แต่ดวงตาที่แน่วแน่และดื้อรั้นของชิงเหยียนทำให้พวกเขาต้องรีบกุลีกุจอทำตาม ทว่าในขณะที่นางพยายามจะก้าวตามไปช่วยประคอง ร่างกายที่เปราะบางเกินรับไหวก็ประท้วงขึ้นมาเสียดื้อๆ

“ตุบ!”

เข่าทั้งสองข้างของนางกระแทกพื้นดินอย่างแรง ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วขั้วหัวใจ ลมหายใจของนางขาดช่วงไปชั่วขณะ โลกทั้งใบเริ่มหมุนคว้างและพร่าเลือน

‘ไม่นะ..จะมาตายตรงนี้ไม่ได้นะไป๋ชิงเหยียน..ฉันยังไม่ได้ใช้เงินของท่านพ่อเลยสักตำลึงเดียว! คนรักก็ยังไม่เคยมี ความรักก็ไม่เคยได้รู้จัก..’

ทว่าในวินาทีที่เปลือกตาของนางกำลังจะปิดลง สิ่งที่ไม่คาดคิดก็พลันบังเกิด!

“วาบ!”

อากาศรอบกายพลันเงียบสนิท เสียงลมอื้ออึงและการเคลื่อนไหวขององครักษ์ที่กำลังแบกร่างหญิงชรากลับหยุดชะงักลงราวกับภาพวาด ใบไม้ที่กำลังร่วงหล่นค้างเติ่งอยู่กลางอากาศ ทุกสิ่งทุกอย่างในรัศมีสิบลี้ถูกหยุดเวลาไว้โดยสมบูรณ์

ร่างของหญิงชราที่เคยโชกเลือดและไร้สติ กลับค่อยๆ จางหายไป กลายเป็นละอองแสงสีทองระยิบระยับที่ม้วนตัวขึ้นสู่ฟากฟ้า ก่อนจะรวมตัวกันเป็นสตรีผู้หนึ่งที่มีสิริโฉมงดงามเกินจะพรรณนา

สตรีผู้นั้นสวมอาภรณ์สีีนวลจันทร์ที่พลิ้วไหวราวกับมีชีวิต รัศมีรอบกายสว่างเรืองรองจนกลบแสงอาทิตย์ยามบ่าย นางไม่ได้ยืนอยู่บนพื้น แต่ลอยอยู่กลางอากาศด้วยท่วงท่าที่สง่างามเหนือโลกหล้า

“เจ้ามนุษย์ตัวน้อย...”

เสียงนั้นกังวานและนุ่มนวล ราวกับเสียงกระดิ่งลมที่ดังมาจากสวรรค์ชั้นฟ้า

ไป๋ชิงเหยียนเบิกตากว้าง ความเหนื่อยหอบหายไปเป็นปลิดทิ้งแทนที่ด้วยความตกตะลึง นางพยายามจะอ้าปากถามแต่กลับไร้เสียง

“ข้าคือเทพธิดาจันทรา ข้าเพียงจำแลงกายลงมาเพื่อลองใจมนุษย์ผู้มีวาสนา..และเป็นเจ้าที่ยอมสละแม้กระทั่งลมหายใจเฮือกสุดท้ายเพื่อช่วยหญิงชราที่ใกล้ตายอย่างข้า”

ท่านเทพธิดาแย้มยิ้มจางๆ ก่อนจะร่อนกายลงมาหยุดตรงหน้าชิงเหยียน ปลายนิ้วเรียวสวยเชยคางของคุณหนูผู้ขี้โรคขึ้นมาสบตา

“ในเมื่อเจ้ามีใจเมตตาถึงเพียงนี้ ข้าจะมอบพรวิเศษให้เจ้า นั่นคือการต่ออายุไขให้เจ้าถึงร้อยปี..”

ในห้วงนาทีที่ทุกอย่างหยุดนิ่ง ชิงเหยียนรู้ดีว่านี่คือโอกาสเดียวที่นางจะรอดจากโรคร้ายที่กัดกินร่างกายนี้ นางรีบคุกเข่าเพื่อขอบคุณเทพีจันทราในทันที

“แต่มีข้อแม้นะ..นั่นคือเจ้าจะต้องตามหาชายหนุ่มที่เคยเป็นบริวารของข้าให้พบเจอ ยามนี้ข้าได้ผูกด้ายวาสนาเอาไว้ท

Unfold

Tags: contract marriageHEmagical worldsuperpower
Latest Updated
56.เข้าทาง NC

หลังจากเสร็จสมไปหนึ่งรอบ เขาก็ประคองให้ชิงเหยียนยืนขึ้น..ภายในห้องหนังสือที่อับแสง ร่างบางของชิงเหยียนแทบจะหลอมละลายติดไปกับผนังไม้ตามแรงอารมณ์ที่จิ่นเฉิงโหมกระหน่ำเข้าใส่ ราชครูหนุ่มขบฟันแน่นจนสันกรามนูนเด่นชัด แววตาของเขาเต็มไปด้วยความปรารถนาที่ยากจะควบคุม เขาพยายามข่มสัญชาตญาณดิบเถื่อนไม่ให้ทำรุนแรงกับนางจนเกินไป ทว่าความคับแน่นและเสียงครางหว……

Comment

    Navigate with selected cookies

    Dear Reader, we use the permissions associated with cookies to keep our website running smoothly and to provide you with personalized content that better meets your needs and ensure the best reading experience. At any time, you can change your permissions for the cookie settings below.

    If you would like to learn more about our Cookie, you can click on Privacy Policy.