ฝากรักไว้ที่ปลายฟ้า
Reads
เสียงจอแจของผู้คนและแสงแฟลชจากกล้องถ่ายรูปดังระงมไปทั่วทั้งฮอลล์จัดงาน วันนี้คืองานมิตติ้งสุดยิ่งใหญ่ของนิยายจีนโบราณที่ฮิตระเบิดระเบ้อที่สุดในยุคอย่าง หลงรักแสงจันทร์ นิยายที่ทำให้นักอ่านทั่วประเทศยอมอดหลับอดนอนเพื่อรอตอนต่อไป และแน่นอนว่าพนักงานออฟฟิศธรรมดาๆอย่างบุหลัน ก็ยอมใช้วันลาพักร้อนอันมีค่าเพื่อมาสิงสู่อยู่ในงานนี้โดยเฉพาะ ท่ามกลางบรรดาแฟนคลับนับร้อยที่กำลังต่อแถวยาวเหยียดเพื่อถ่ายรูปกับสแตนดี้ของพระเอกและพระรองผู้แสนดี บุหลันกลับปลีกตัวออกมายืนเงียบๆ อยู่ที่มุมหนึ่งของงาน ตรงหน้าของเธอคือภาพวาดขนาดเท่าตัวจริงของเว่ยหลิงเซวียน หรือเว่ยกั๋วกงทรราชตัวร้ายของเรื่อง ชายหนุ่มในภาพวาดสวมชุดคลุมสีดำสนิทปักลายเมฆาคล้อยสีเงิน ใบหน้าหล่อเหลาคมคายทว่าเย็นชา ดวงตาดุดันราวกับสัตว์ป่าที่พร้อมจะขย้ำทุกคนที่ขวางหน้า แน่นอนว่าในนิยายเรื่องนี้ ใครๆก็ต่างเทใจเป็นเมนของพระเอกและพระรองที่อ่อนโยนกันทั้งนั้น แทบไม่มีใครสนใจตัวร้ายที่วันๆ เอาแต่หาวิธีทรมานคนอย่างเว่ยหลิงเซวียนหรอก แต่ว่า..เธอรักเขานี่นา บุหลันยกยิ้มขึ้นมาจางๆ มือเรียวเอื้อมไปสัมผัสลงบนรูปของเขาอย่างแผ่วเบา ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหลงใหลและสงสารจับใจ คนผู้หนึ่งถูกกดดันและถูกทำร้ายมาตั้งแต่เด็ก..จะให้เขามีความคิดที่ขาวสะอาดแบบเด็กที่ถูกเลี้ยงมาอย่างดีในทุ่งลาเวนเดอร์ได้อย่างไรกันเล่า "ถ้าหากมีโอกาสล่ะก็..ฉันอยากจะเห็นคุณด้วยตาเนื้อสักครั้งจังเลยเว่ยหลิงเซวียน.." บุหลันพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะเขย่งปลายเท้าขึ้น แล้วประทับจุมพิตลงไปบนภาพวาดตรงตำแหน่งริมฝีปากของชายหนุ่มในรูปอย่างแนบแน่น "คุณเองก็คงกำลังต่อสู้กับความยากลำบากอยู่ใช่ไหม..เว่ยกั๋วกง" "วาบ!" ทันใดนั้นเอง แสงสว่างสีขาวจ้าก็สาดส่องออกมาจากภาพวาดจนแสบตา บุหลันต้องยกมือขึ้นมาบังและหลับตาปี๋ด้วยความตกใจ ร่างกายของเธอเบาหวิวราวกับกำลังตกลงไปในหลุมอากาศไร้ก้นบึ้ง เมื่อลืมตาขึ้นมาได้อีกครั้ง บุหลันก็พบว่าตัวเองไม่ได้ยืนอยู่ในฮอลล์จัดงานมิตติ้งอีกต่อไปแล้ว แต่เธอกำลังนั่งอยู่บนเตียงไม้แกะสลักหลังใหญ่สไตล์จีนโบราณ ที่มีม่านมุ้งสีโปร่งบางทิ้งตัวล้อมรอบ ในห้องที่ไม่คุ้นเคยนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นกำยานหอมอ่อนๆ เธอลุกพรวดขึ้นมาด้วยความตกใจ หันซ้ายแลขวาอย่างเลิ่กลั่ก ก่อนที่เสียงฝีเท้าเบาๆจะดังขึ้น พร้อมกับเด็กสาวในชุดโบราณเกล้าผมมวยคู่ที่เดินถือถาดใส่ถ้วยชาเข้ามา "คุณหนู..เป็นอะไรไปเจ้าคะ ฝันร้ายอีกแล้วหรือ ข้าน้อยต้มชาสงบจิตมาให้เจ้าค่ะ" บุหลันเบิกตากว้าง ความรู้สึกตื่นตระหนกแล่นพล่านราวกับถูกน้ำเย็นจัดสาดรดศีรษะ เธอยกมือขึ้นมาหยิกแขนตัวเองเต็มแรง "โอ๊ย!" เจ็บ! เจ็บจริง! นี่ไม่ใช่ความฝัน นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย เธอทะลุมิติเข้ามาอยู่ที่ไหนกัน "คุณหนู.." เด็กสาวผู้นั้นวางถาดลงด้วยท่าทีร้อนรนและรีบเข้ามาดูอาการของเธอ "คุณหนูเจ็บตรงไหนหรือเจ้าคะ" บุหลันพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆเพื่อดึงสติ เธอต้องใจเย็น จะโวยวายไม่ได้เด็ดขาด เธอกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ก่อนจะลองหยั่งเชิงเอ่ยถามออกไป ใจจริงเธออยากจะถามตรงๆเลยว่า ฉันชื่ออะไรเหรอจ๊ะ แต่คำถามเบสิคแบบนั้นมันจะต้องดูมีพิรุธจนผู้คนหาว่าเธอผีเข้าแน่ๆ "เอ่อ..ท่านพ่อ..ท่านพ่อนอนหรือยัง" เด็กสาวขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะตอบอย่างนอบน้อม "เรียนคุณหนู ท่านแม่ทัพซูยังไม่กลับจากค่ายทหารเลยเจ้าค่ะ วันนี้ทหารใหม่พึ่งจะเข้าค่าย ท่านแม่ทัพคงต้องค้างคืนที่นั่น.." เปรี้ยง! ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงมากลางกบาล คุณหนูแห่งจวนท่านแม่ทัพซู..ในนิยายเรื่องหลงรักแสงจันทร์มีอยู่เพียงผู้เดียวเท่านั้น นั่นก็คือซูมู่เจานางเอกผู้แสนบอบบางเจ้าน้ำตาของเรื่อง! นี่ฉัน..ทะลุมิติเข้ามาเป็นนางเอกงั้นเรอะ บุหลันแทบจะลมจับ เธอรีบหันขวับไปมองหน้าสาวใช้อีกครั้ง จับไหล่ทั้งสองข้างของอีกฝ่ายแน่น ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า "วันนี้..วันนี้วันอะไร เดือนอะไร ปีอะไร" "เอ่อ..คืนนี้คือคืนสืออู่เย่าแห่งเดือนแปด ปีรัชศกเทียนหยวนที่สี่เจ้าค่ะ.." สาวใช้ที่เธอน่าจะจำได้ลางๆจากนิยายว่าชื่อชุ่ยชุ่ย ตอบเสียงเบาหวิวด้วยความประหลาดใจกับท่าทีคุกคามของคุณหนูตนเอง เมื่อได้ยินวันเวลาที่แน่ชัด ดวงตาของบุหลันที่ตอนนี้คือซูมู่เจาก็ยิ่งเบิกกว้างเข้าไปใหญ่ คืนวันเพ็ญเดือนแปด ปีเทียนหยวนที่สี่ นี่คือ..ตอนแรกของนิยายเรื่องนี้ไม่ใช่เรอะ!! วันนี้เป็นค่ำคืนเทศกาลไหว้พระจันทร์ที่เว่ยกั๋วกงจะส่งคนมาลักพาตัวซูมู่เจาไปซ่อนไว้ เพื่อใช้ข่มขู่และโยนความผิดให้แก่จวนเสนาบดี หวังจะเสี้ยมให้จวนแม่ทัพกับจวนเสนาบดีแตกหักไม่ลงรอยกัน! ตามพล็อตเดิม ซูมู่เจาจะต้องตกใจกลัว ร้องไห้ฟูมฟาย และพยายามขัดขืนจนสลบไป ก่อนจะตื่นมาพบกับสายตาเหี้ยมเกรียมของตัวร้าย มือของเธอสั่นไหว..ในขณะที่หัวใจเต้นโครมครามไม่เป็นจังหวะ เลือดในกายสูบฉีดอย่างบ้าคลั่ง ความหวาดกลัวเหรอ..ไม่มีหรอก มีแต่ความตื่นเต้นขั้นสุดต่างหาก "ชุ่ยชุ่ย.." ซูมู่เจาหันไปหาสาวใช้ นัยน์ตาเป็นประกายวิบวับราวกับหมาป่าเห็นเนื้อแกะ "จะ..เจ้าคะคุณหนู?" "..รีบไปเลือกชุดที่สวยที่สุดในตู้ เอาที่สีขับผิวที่สุด แล้วก็มาแต่งหน้าทำผมให้ข้าเดี๋ยวนี้เลย!" "ห๊ะ..คุณหนูจะไปไหนในยามวิกาลเจ้าคะ" ชุ่ยชุ่ยเอ่ยถามเสียงหลง "อย่าถามมากน่า รีบมาแต่งตัวให้ข้าเร็วเข้า ข้าต้องสวยที่สุด คืนนี้ข้ามีนัดสำคัญ" ซูมู่เจายิ้มกว้างจนแก้มแทบปริ พลางกระโดดลงจากเตียงด้วยเรี่ยวแรงที่เต็มเปี่ยมผิดกับคุณหนูผู้บอบบางคนเดิมลิบลับ จะได้เจอกันแล้วอย่างนั้นสินะ..ตัวร้ายผู้นั้น เมนสุดที่รักของเธอผู้เป็นโจรลักพาตัว..รีบๆมาเลยนะ เธอจัดกระเป๋ารอแล้ว
Updated at
Reads
"เมื่อครู่เจ้ากล่าวว่าอย่างไรนะ..หว่านชิง" บรรยากาศโดยรอบพลันเยียบเย็นลงในชั่วพริบตา หญิงสาวสะดุ้งเฮือก ลมหายใจสะดุดกึกไปชั่วขณะ เธอพยายามฝืนปั้นยิ้ม สูดลมหายใจลึกเข้าปอดเพื่อข่มก้อนเนื้อในอกที่กำลังเต้นระรัว "มะ..ไม่มีอะไรเจ้าค่ะ ท่านเหวินหยวนคงฟังผิดไปเสียแล้ว.." บุรุษเบื้องหน้ามีใบหน้าหล่อเหลาและทรงเสน่ห์ชนิดที่สตรีใดในใต้หล้าก็คงไม่อาจละสายตาจากเขาได้ แม้อายุจะล่วงเข้าสู่วัยสามสิบเจ็ดปีแล้ว ทว่านอกจากกลิ่นอายความภูมิฐานและดูน่าเกรงขามที่เพิ่มมากขึ้น ก็ไม่มีจุดใดบนเรือนร่างนี้ให้ติเตียนได้เลย เขาหล่อเหลาราวกับเทพเซียนในภาพวาดของจิตรกรเอก ทว่า..เธอไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะมาลุ่มหลงความงามของเขาได้แม้แต่น้อย เพราะชายเบื้องหน้านี้คือกู้เหวินหยวนท่านราชครูผู้มีอำนาจล้นฟ้า และเป็นถึงตัวร้ายของนิยายเรื่องนี้ ส่วนตัวเธอคือซ่งหว่านชิงนางร้ายของเรื่องที่มีจุดจบและชีวิตบัดซบขั้นสุด! ตัวละครมีตั้งมากมาย ทำไมสวรรค์ต้องเหวี่ยงเธอให้มาอยู่ในร่างของยัยนางร้ายสองใจผู้นี้ด้วยนะ "เช่นนั้นก็ดี..หากไม่มีอะไรแล้ว ก็ทำหน้าที่ของเจ้าเสียสิ" เขากดไหล่บางบังคับให้เธอนั่งลงบนพื้น เมื่อคุกเข่าลง..ใบหน้างามก็อยู่ระดับเดียวกับส่วนนั้นที่กำลังตื่นตัวเต็มที่ ร่างสูงแยกเรียวขาออกเล็กน้อยขณะปลดปราการเบื้องล่างออก เธอถึงกับลอบกลืนน้ำลายอย่างอดไม่ได้เมื่อเห็นความยิ่งใหญ่ของเขา.. ให้ตายสิ! เธอไม่ควรต้องมาเจอเรื่องบ้าบออะไรแบบนี้เลยจริงๆไม่น่าไปคอมเมนต์ด่าในนิยายที่อ่านเลย! เมื่อเห็นว่าสตรีเบื้องหน้ายังคงนิ่งอึ้ง เขาก็กอบกุมส่วนอ่อนไหวที่แข็งขืนของตน เคาะเบาๆที่มุมปากของนางราวกับหยอกเย้า ปลายนิ้วแกร่งเชยคางพร้อมกับจ้องมองดวงหน้างามที่บัดนี้แดงระเรื่อ ก่อนจะจ่อส่วนปลายหยักสีแดงก่ำเข้ากับกลีบปากนุ่มหยุ่น เธอพยายามหันหน้าหนี แต่เขากลับคว้าปลายคางคนดื้อรั้นให้หันกลับมา บังคับเชิดรั้นดวงหน้าของเธอขึ้น แล้วดันส่วนปลายสีสดแทรกผ่านกลีบปากที่กำลังเม้มแน่นด้วยความขวยเขิน "หว่านชิง..เหตุใดวันนี้เจ้าถึงได้ดื้อดึงนักเล่า" เขาบีบพวงแก้มของนางเบาๆบังคับให้เรียวปากเผยอออก เผยให้เห็นเรียวลิ้นเล็กชุ่มชื้นอยู่ภายใน "ข้าต้องพยายามมากเพียงใด ถึงจะปลีกเวลามาหาเจ้าในยามนี้ได้..เจ้ารู้หรือไม่" เขาชักนำให้นางลิ้มชิมตัวตนของเขาอย่างเอาแต่ใจ ฝ่ามือแกร่งเลื่อนไปประคองท้ายทอยเล็กมิให้หลบหนี "หรือว่าที่สำนักศึกษามีผู้ใดรังแกเจ้า ใครกันที่กล้ารังแกหว่านชิงของข้า บอกกล่าวออกมาสิ ข้าจะไปจัดการให้เจ้าเอง..อา..ข้าลืมไปว่ายามนี้เจ้าคงเอื้อนเอ่ยสิ่งใดไม่ได้ เพราะริมฝีปากเล็กๆของเจ้ากำลังครอบครองส่วนนั้นของข้าอยู่..เช่นนั้นหากอยากฟ้องร้อง ก็รีบปรนนิบัติข้าให้เสร็จสิ้นเถิด..ข้ารอรับฟังอยู่นะ" "...." เธอกำลังกรีดร้องอย่างบ้าคลั่งในใจ! เรื่องราวแสนวุ่นวายนี้มันเริ่มต้นขึ้นในวันนั้น..วันที่เธออ่านนิยายแล้วเผลอคอมเมนต์ด่าซ่งหว่านชิงว่าเป็นสตรีโง่งม "ยัยนี่เป็นนางร้ายที่โง่ชะมัด! ไปหลงรักราชครูสารเลวผู้นั้นทำไมกัน ไหนจะยังมีเรื่องของซื่อจื่อมาให้วุ่นวายอีก ถ้าสวยขนาดนั้นทำไมไม่ทิ้งไอ้ผู้ชายเฮงซวยสองคนนั้นแล้วไปหาผู้ใหม่แทนซะเลยเล่า อ่านแล้วหงุดหงิดโว้ย!" หลังจากกดส่งข้อความนั้น เธอก็เผลอหลับไปพอรู้สึกตัวอีกที..ก็ทะลุมิติมาตื่นขึ้นในร่างของซ่งหว่านชิงเสียแล้ว! เธอไม่รู้ว่าสวรรค์กำลังเล่นตลกร้ายอะไร แต่ในเมื่อจับพลัดจับผลูเข้ามาอยู่ในร่างของนางร้ายผู้นี้แล้ว เธอก็จะขอพลิกชะตากรรมทั้งหมดเอง! เธอจะสร้างเส้นทางเดินใหม่ จะไม่มีวันหลงรักท่านราชครูหรือซื่อจื่อผู้นั้นอีก นางร้ายสองใจอะไรกัน..เธอไม่มีทางเดินตามรอยเดิมของยัยนั่นเด็ดขาด ตามเนื้อเรื่องในนิยาย ซ่งหว่านชิงเป็นดรุณีน้อยรูปโฉมงดงามล่มเมือง ทว่ากลับมีชะตากรรมที่แสนอาภัพ นางไม่ได้เกิดในตระกูลขุนนางมั่งคั่ง แต่เป็นเพียงสามัญชนคนธรรมดา ยามมองดูเหล่าคุณหนูสวมใส่เสื้อผ้าอาภรณ์งดงาม นางก็เกิดความทะเยอทะยานขึ้นในใจ..หวังเพียงว่าวันหนึ่งตนเองจะได้สวมใส่ชุดสวยงามเช่นนั้นบ้าง ทว่าการหลีกหนีจากโชคชะตาอันโหดร้ายนั้นไม่ง่ายดายเลย เมื่อความยากจนยังคงตามติดเป็นเงาตามตัว ด้วยรูปโฉมที่งดงามสะคราญตา ทำให้มีเถ้าแก่เนี้ยจากหอนางโลมและโรงสุรามากมายมาดักรอขอซื้อตัวนาง แต่มารดาของนางเด็ดเดี่ยวไม่คิดยินยอมขายบุตรสาวกิน ทั้งยังสั่งเสียเอาไว้ว่า "หว่านชิง..เจ้าจะต้องแต่งงานกับชายหนุ่มที่รักเจ้าด้วยใจจริงเท่านั้นนะ" ในค่ำคืนที่หิมะโปรยปรายอย่างหนัก มารดาป่วยหนักจนอาการทรุดย่ำแย่ลงทุกขณะ นางรีบวิ่งฝ่าความหนาวเหน็บไปที่โรงหมอเพื่อขอร้องให้หมอมารักษา แต่เพราะไม่มีเงินติดตัวแม้แต่ตำลึงเดียว หมอเหล่านั้นจึงปฏิเสธและขับไล่นางออกมาอย่างไม่ไยดี หว่านชิงเดินกลับบ้านด้วยหัวใจที่แตกสลาย นางได้แต่นั่งมองมารดาสิ้นลมหายใจจากไปอย่างเงียบๆ โดยไร้หนทางช่วยเหลือ หว่านชิงคิดอย่างสิ้นหวัง..หากชีวิตของนางจะต้องเผชิญกับความโหดร้ายถึงเพียงนี้ สู้ตายตามมารดาไปเสียยังจะดีกว่า คืนนั้นหิมะตกหนัก ดรุณีน้อยเดินเลื่อนลอยออกไปตามท้องถนนหมายจะปลิดชีพตนเองที่แม่น้ำ แต่ระหว่างทาง..โชคชะตาก็นำพานางมาพบกับรถม้าคันงาม บุรุษผู้หนึ่งเลิกม่านรถม้าขึ้น จ้องมองลงมาที่นางก่อนจะเอ่ยปากว่า..หากนางยินยอมขึ้นรถม้าไปกับเขา เขาจะมอบทุกสิ่งที่นางปรารถนา หว่านชิงปล่อยโฮออกมาในทันที นางคุกเข่าอ้อนวอนขอเพียงให้เขาช่วยจัดการฝังศพมารดาให้ เขายินยอมรับปากอย่างง่ายดาย..และหลังจากได้ฟังคำยืนยันอันหนักแน่นของเขา นางก็ตัดสินใจก้าวขึ้นรถม้าของท่านราชครูกู้เหวินหยวนในทันทีโดยไม่คิดลังเล อีบุ๊คมาแล้วน้า จิ้มได้เลยจ้า
Updated at
Reads
นางร้ายอย่างข้าอุตส่าห์หวังดี ดื่มยาปลุกกำหนัดแทนพระเอกจนพลาดท่าเสียทีไปกับเขา แต่แล้วพระเอกที่เคยเกลียดชังดันกลับตามติด ทวงถามความรับผิดชอบชนิดไม่ยอมปล่อย นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย!!
Updated at
Reads
ภายในจวนสกุลไป๋อันโอ่โถง กลิ่นยาสมุนไพรขมปร่าตลบอบอวลไปทั่วห้องนอนที่ประดับประดาด้วยของล้ำค่า ไป๋ชิงเหยียนนอนอยู่บนเตียงไม้จันทน์หอม นางจ้องมองเพดานด้วยสายตาว่างเปล่า มือเรียวบางซูบซีดจนแทบเห็นเส้นเลือดพาดผ่านภายใต้ผิวขาวจัดดุจหิมะ "ท่านพ่อ..นี่ข้ายังต้องดื่มยานี่อีกหรือเจ้าคะ?" เสียงของนางแหบพร่าและเบาหวิวราวกับปีกแมลงปอ ท่านเสนาบดีไป๋ ผู้ทรงอิทธิพลในราชสำนักยามนี้กลับมีใบหน้าหมองเศร้า ดวงตาที่เคยเฉียบคมรื้นไปด้วยหยาดน้ำตาขณะมองบุตรีอันเป็นที่รัก "เหยียนเอ๋อร์ หมอเทวดาจากแดนใต้เพิ่งจัดยาเทียบนี้มาให้ เจ้าทนลำบากอีกนิดเถิด" ‘ลำบากอีกนิดงั้นหรือ?’ ชิงเหยียนแค่นยิ้มในใจ ตั้งแต่เธอทะลุมิติมาอยู่ในร่างนี้เมื่อสามเดือนก่อน สิ่งที่เธอทำได้มีเพียงสองอย่างคือนอนและกินยา เธอคือสาวออฟฟิศที่เคยแบกร่างไปทำงานประหนึ่งควายเหล็ก แต่พอกลายมาเป็นคุณหนูใหญ่สกุลไป๋ผู้ร่ำรวยมหาศาล ทว่าเพียงขยับปลายนิ้วก็เหนื่อยจนแทบขาดใจตาย หมอเทวดาเป็นสิบคนถูกเชิญมาที่จวน บ้างก็ว่าเป็นโรคหัวใจ บ้างก็ว่าชีพจรพร่อง แต่ทุกคนต่างลงเอยด้วยการส่ายหน้าและกระซิบกับท่านเสนาบดีว่า “คุณหนูใหญ่มีวาสนาเพียงเท่านี้..เตรียมจัดงานพิธีไว้ล่วงหน้าเถิด” “เหยียนเอ๋อร์ พ่อตัดสินใจแล้ว” ท่านเสนาบดีไป๋วางถ้วยยาลงพลางกำมือแน่น “ในเมื่อการรักษากับหมอไร้ผล พ่อจะส่งเจ้าไปสวดมนต์ที่อารามจันทราส่องบนยอดเขา ที่นั่นเงียบสงบและศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก เผื่อพระโพธิสัตว์จะเห็นใจเมตตาต่ออายุขัยให้เจ้า” ไป๋ชิงเหยียนอยากจะค้านใจจะขาด การเดินทางขึ้นเขาด้วยร่างกายที่พร้อมจะตายได้ทุกเมื่อแบบนี้ไม่ต่างจากการส่งนางไปตายเร็วขึ้นเลย แต่พอมองเห็นแววตาสุดท้ายที่เต็มไปด้วยความหวังของชายที่ขวนขวายเพื่อลูกสาวขนาดนี้ นางจึงทำได้เพียงพยักหน้าเบาๆ และคาดหวังว่าคงจะมีวิธีต่ออายุให้นางอีกสักหน่อย ขบวนรถม้าสกุลไป๋นั้นเรียบง่าย และกำลังมุ่งหน้าสู่เทือกเขาสูงชัน ชิงเหยียนนอนขดตัวอยู่บนฟูกหนานุ่มภายในรถม้า นางรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นตุ๊กตากระเบื้องเคลือบที่ถูกส่งไปซ่อมแซม ‘ให้ตายเถอะ ชีวิตที่แล้วทำงานงกๆ จนตาย มาชีวิตนี้กลับต้องมาป่วยตายในร่างคนรวยเนี่ยนะ สิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือใครก็ได้ ถ้ามีจริงล่ะก็ ช่วยให้ฉันได้ใช้ชีวิตแบบมีแรงกระโดดโลดเต้นเหมือนคนอื่นเขาสักทีเถอะ!’ ขณะที่กำลังตัดพ้อต่อว่าโชคชะตาในใจ รถไม้ก็พลันหยุดกะทันหันจนร่างของนางเกือบไถลตกจากที่นอน “เกิดอะไรขึ้นงั้นหรือ?” นางถามเสียงสั่น “เรียนคุณหนู มีหญิงชราผู้หนึ่งนอนบาดเจ็บขวางทางอยู่เจ้าค่ะ ดูเหมือนจะถูกรถม้าคันอื่นชนแล้วหนีไป” ชุ่ยหลานสาวใช้ข้างกายรายงานด้วยความร้อนรน ชิงเหยียนขมวดคิ้ว ความเหนื่อยล้าพลุ่งพล่านแต่สัญชาตญาณความเห็นใจมันรุนแรงกว่า ผู้ใดมันชั่วช้าถึงขนาดที่ชนหญิงชราแล้วหนีไปกันนะ “ไป..พาข้าลงไปดูนางหน่อย” “แต่คุณหนู ร่างกายท่าน...” “ข้ายังไม่ตายตอนนี้หรอกน่า พยุงข้าลงไป!” ด้วยความดื้อรั้น ชิงเหยียนจึงถูกพยุงลงจากรถม้า ลมภูเขาพัดปะทะใบหน้าจนนางไอคอกแค่ก ทว่าเบื้องหน้าคือหญิงชราในชุดผ้าป่านราคาถูกที่นอนคุดคู้ เลือดสีแดงฉานอาบเปรอะเปื้อนตามร่างกาย ชิงเหยียนรวบรวมแรงเฮือกสุดท้าย คุกเข่าลงข้างๆ หญิงชราผู้นั้น พลางใช้ผ้าเช็ดหน้าสะอาดซับเลือดให้อย่างอ่อนโยน “ท่านยาย..อดทนไว้นะเจ้าคะ ข้ามีคนติดตามเยอะ ข้าจะให้พวกเขาช่วยท่าน..แข็งใจเอาไว้ก่อน ข้าจะพาท่านไปหาหมอ..” ไป๋ชิงเหยียนพยายามพยุงกายที่สั่นเทา พลางตะโกนสั่งองครักษ์ด้วยเสียงที่แหบแห้งที่สุดเท่าที่จะทำได้ "เร็วเข้า! รีบอุ้มท่านยายขึ้นไปบนรถม้า..ในรถมีกล่องยาและน้ำสะอาด..รีบไป!" เหล่ายอดฝีมือสกุลไป๋ต่างลังเล เพราะคำสั่งของนายท่านคือต้องดูแลคุณหนูยิ่งชีพ แต่ดวงตาที่แน่วแน่และดื้อรั้นของชิงเหยียนทำให้พวกเขาต้องรีบกุลีกุจอทำตาม ทว่าในขณะที่นางพยายามจะก้าวตามไปช่วยประคอง ร่างกายที่เปราะบางเกินรับไหวก็ประท้วงขึ้นมาเสียดื้อๆ “ตุบ!” เข่าทั้งสองข้างของนางกระแทกพื้นดินอย่างแรง ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วขั้วหัวใจ ลมหายใจของนางขาดช่วงไปชั่วขณะ โลกทั้งใบเริ่มหมุนคว้างและพร่าเลือน ‘ไม่นะ..จะมาตายตรงนี้ไม่ได้นะไป๋ชิงเหยียน..ฉันยังไม่ได้ใช้เงินของท่านพ่อเลยสักตำลึงเดียว! คนรักก็ยังไม่เคยมี ความรักก็ไม่เคยได้รู้จัก..’ ทว่าในวินาทีที่เปลือกตาของนางกำลังจะปิดลง สิ่งที่ไม่คาดคิดก็พลันบังเกิด! “วาบ!” อากาศรอบกายพลันเงียบสนิท เสียงลมอื้ออึงและการเคลื่อนไหวขององครักษ์ที่กำลังแบกร่างหญิงชรากลับหยุดชะงักลงราวกับภาพวาด ใบไม้ที่กำลังร่วงหล่นค้างเติ่งอยู่กลางอากาศ ทุกสิ่งทุกอย่างในรัศมีสิบลี้ถูกหยุดเวลาไว้โดยสมบูรณ์ ร่างของหญิงชราที่เคยโชกเลือดและไร้สติ กลับค่อยๆ จางหายไป กลายเป็นละอองแสงสีทองระยิบระยับที่ม้วนตัวขึ้นสู่ฟากฟ้า ก่อนจะรวมตัวกันเป็นสตรีผู้หนึ่งที่มีสิริโฉมงดงามเกินจะพรรณนา สตรีผู้นั้นสวมอาภรณ์สีีนวลจันทร์ที่พลิ้วไหวราวกับมีชีวิต รัศมีรอบกายสว่างเรืองรองจนกลบแสงอาทิตย์ยามบ่าย นางไม่ได้ยืนอยู่บนพื้น แต่ลอยอยู่กลางอากาศด้วยท่วงท่าที่สง่างามเหนือโลกหล้า “เจ้ามนุษย์ตัวน้อย...” เสียงนั้นกังวานและนุ่มนวล ราวกับเสียงกระดิ่งลมที่ดังมาจากสวรรค์ชั้นฟ้า ไป๋ชิงเหยียนเบิกตากว้าง ความเหนื่อยหอบหายไปเป็นปลิดทิ้งแทนที่ด้วยความตกตะลึง นางพยายามจะอ้าปากถามแต่กลับไร้เสียง “ข้าคือเทพธิดาจันทรา ข้าเพียงจำแลงกายลงมาเพื่อลองใจมนุษย์ผู้มีวาสนา..และเป็นเจ้าที่ยอมสละแม้กระทั่งลมหายใจเฮือกสุดท้ายเพื่อช่วยหญิงชราที่ใกล้ตายอย่างข้า” ท่านเทพธิดาแย้มยิ้มจางๆ ก่อนจะร่อนกายลงมาหยุดตรงหน้าชิงเหยียน ปลายนิ้วเรียวสวยเชยคางของคุณหนูผู้ขี้โรคขึ้นมาสบตา “ในเมื่อเจ้ามีใจเมตตาถึงเพียงนี้ ข้าจะมอบพรวิเศษให้เจ้า นั่นคือการต่ออายุไขให้เจ้าถึงร้อยปี..” ในห้วงนาทีที่ทุกอย่างหยุดนิ่ง ชิงเหยียนรู้ดีว่านี่คือโอกาสเดียวที่นางจะรอดจากโรคร้ายที่กัดกินร่างกายนี้ นางรีบคุกเข่าเพื่อขอบคุณเทพีจันทราในทันที “แต่มีข้อแม้นะ..นั่นคือเจ้าจะต้องตามหาชายหนุ่มที่เคยเป็นบริวารของข้าให้พบเจอ ยามนี้ข้าได้ผูกด้ายวาสนาเอาไว้ท
Updated at
Reads
ขอพรให้เจอรักเร่าร้อนจนลืมหายใจแต่ทะลุมิติมาเป็นนางโลมถูกมัดมอมยา ดันมาเจอองค์ชายจอมโหดที่ติดพิษกามพอกัน"พี่ชายแก้มัดให้ข้าก่อนสิ แล้วข้าจะถอนพิษให้ท่านทั้งวันทั้งคืน"สัญญาแลกอิสรภาพสุดแปลกจึงเริ่มต้น
Updated at
Reads
ท่ามกลางความเงียบสงัดของราตรีมืดมิดอันไร้ที่สิ้นสุด ภายในห้องลับลึกสุดของจวนหลังใหญ่ กลิ่นหอมจางๆ ของกำยานดอกเหมย อบอวลปนเปไปกับกลิ่นคาวโลกีย์ที่เข้มข้น แสงเทียนวูบไหวสะท้อนเงาของชายผู้หนึ่งที่กำลังตกอยู่ในห้วงอารมณ์อันบิดเบี้ยว ทั่วทั้งผนังห้องถูกประดับประดาไปด้วยภาพวาดของสตรีเพียงผู้เดียว.. หยางลี่เซียน ไม่ว่าจะเป็นภาพนางในยามหัวเราะ ยามเผลอไผล หรือยามที่ดวงตาคู่สวยนั้นฉายแววตระหนก ทุกรายละเอียดถูกบรรจงวาดด้วยน้ำหมึกที่แฝงไปด้วยความคลั่งรักอันมหาศาล ชายหนุ่มเจ้าของร่างกายกำยำนั่งอยู่ท่ามกลางวงล้อมของภาพวาดเหล่านั้น มือหนาที่มีเส้นเลือดปูดโปนรูดรั้งส่วนนั้นของตนเองอย่างบ้าคลั่ง แก่นกายถูกเคล้นคลึงจนเปียกเยิ้ม ลมหายใจของเขาหอบกระชั้น เสียงครางต่ำพร่าเลือนดังระงมอยู่ในลำคอคล้ายคนกำลังทรมาน หากแต่แววตากลับจดจ้องไปยังภาพวาดใบหน้าของลี่เซียนที่งดงามราวกับมีชีวิต “ลี่เซียน..อะ..ลี่เซียนของข้า...” เสียงพึมพำเรียกชื่อนางซ้ำๆ ราวกับบทสวดมนต์ที่ผิดบาป ยิ่งจินตนาการถึงผิวพรรณละเอียดอ่อนและกลิ่นกายหอมกรุ่นของนาง จังหวะมือก็ยิ่งรุนแรงและรวดเร็วขึ้น เมื่อขยับฝ่ามือรูดขึ้นลง ของเหลวใสก็ค่อยๆ ทยอยไหลออกมาจากปลายยอดสีแดงก่ำ ลำคอของเขาเริ่มสั่นเมื่อใช้มือกระตุกส่วนปลายแรงๆ จนกระทั่งในที่สุด ร่างกายของเขากระตุกเกร็ง พร้อมกับปลดปล่อยน้ำรักสีขาวขุ่นทะลักออกมาเปรอะเปื้อนลงบนภาพวาดใบหน้าของโฉมงามที่นางกำลังยกยิ้มให้...หยดน้ำรักนั้นแปดเปื้อนลงไปบนภาพวาด เขามองดูผลงานของตนเองด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความทะเยอทะยานและลุ่มหลง นิ้วเรียวยาวบรรจงเช็ดคราบน้ำรักที่เปื้อนใบหน้าในรูปอย่างเชื่องช้า ลูบไล้ไปตามไรผมและริมฝีปากในกระดาษราวกับกำลังสัมผัสผิวเนื้อนางจริงๆ “อีกไม่นาน..” เขาพึมพำด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบที่ชวนให้สั่นสะท้านไปถึงกระดูก พร้อมกับก้มลงประทับจุมพิตที่เปียกชื้นลงบนรูปนั้น “ข้าจะสัมผัสร่างกายของเจ้าจริงๆ ข้าจะเคี่ยวกรำเจ้าให้ร้องขอชีวิต และทำให้ทั่วทั้งร่างของเจ้าไม่มีกลิ่นของชายอื่นเหลืออยู่..นอกจากกลิ่นของข้าเพียงคนเดียว” ในเงามืดนั้น รอยยิ้มที่บิดเบี้ยวผุดขึ้นบนใบหน้าคมคายที่ถูกบดบังด้วยความมืด ชายลึกลับที่คนทั้งเมืองหลวงไม่มีใครคาดคิดว่าจะมีมุมที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้กำลังจมลงในห้วงแห่งความปรารถนาที่ลึกสุดหยั่งถึง . .
Updated at
Reads
แสงจันทร์สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างบานใหญ่ เผยให้เห็นเรือนร่างสองร่างที่กำลังหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวบนเตียงนอนหลังใหญ่ที่ประดับด้วยม่านมุ้งสีแดงสด บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของดอกไม้ป่าผสมผสานกับกลิ่นอายแห่งราคะอันร้อนแรง "อ๊ะ.." เสียงครางแผ่วเบาเล็ดลอดออกจากริมฝีปากบางของสตรีผู้เลอโฉม นางกำลังเคลื่อนไหวร่างกายอย่างเป็นจังหวะอยู่ด้านบน ใบหน้าแดงซ่านด้วยความเร่าร้อน ดวงตาฉ่ำวาวปรือปรอยราวกับตกอยู่ในห้วงแห่งความฝัน นี่มัน..เกิดอะไรขึ้นกันนะ ความรู้สึกแปลกประหลาดแล่นพล่านไปทั่วร่างกาย มันไม่ใช่ความเจ็บปวด แต่เป็นความรู้สึกที่..บอกไม่ถูก ร่างกายของเธอเคลื่อนไหวไปเองตามสัญชาตญาณ โดยที่จิตวิญญาณของเธอยังคงมึนงงและสับสน ฉันอยู่ที่ไหนกัน เธอพยายามลืมตาขึ้น แต่เปลือกตามันหนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยก้อนหิน ความทรงจำสุดท้ายของเธอคือการนั่งปั่นนิยายอยู่หน้าคอมพิวเตอร์จนดึกดื่น แล้วก็หลับไป..แต่ทำไมเธอถึงรู้สึกเหมือนกำลัง.. ภาพตรงหน้าเริ่มแจ่มชัดขึ้นเมื่อดวงตาทั้งสองข้างเริ่มมองเห็น ใบหน้าหล่อเหลาที่อยู่ใต้ร่างกำลังขบกัดริมฝีปากเพื่อไม่ให้มีเสียงอันใดเล็ดลอดออกมา ดวงตาคมคายที่เต็มไปด้วยความเขินอายและประหม่าของอีกฝ่ายช้อนสายตามองเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหลงใหล เว่ยซือถู! ชื่อนี้ผุดขึ้นมาในหัวของเธอทันที ตัวละครขุนนางขั้นเจ็ด บัณฑิตหนุ่มผู้เฉลียวฉลาดอ่อนโยน หนึ่งในสนมชายขององค์หญิงใหญ่ฉางเล่อในนิยายที่เธอเขียน! นิยายเรื่องนกกระเรียนในกรงทอง บรรยายถึงองค์หญิงใหญ่ว่าเป็นผู้หญิงที่ร้ายกาจ บ้าราคะ และชั่วช้าแบบสุดๆ นี่เธอเข้ามาอยู่ในร่างของฉางเล่องั้นเรอะ! สวรรค์ช่างเล่นตลกกับเธอเสียจริง ได้เข้ามาอยู่ร่างของฉางเล่อยังเลวร้ายไม่พอรึไง ถึงให้เธอเข้ามาสวมร่างในตอนที่สตรีผู้นั้นกำลังเข้าด้ายเข้าเข็มกับสนมชายของนางอีก! ความจริงกระแทกเข้ากลางใจของเธอราวถูกค้อนทุบ เธอรีบผละออกจากร่างของเว่ยซือถูในทันทีอย่างรวดเร็ว จนอีกฝ่ายตกใจและงุนงง เธอเกือบจะหงายหลังล้มลงบนเตียงเพราะความอ่อนไหวที่ยังเด่นชัดในร่างกาย โชคดีที่มือของเธอคว้าขอบเตียงเอาไว้ได้ทัน "องค์หญิง..ทรงเป็นอะไรไปหรือพ่ะย่ะค่ะ?" เสียงทุ้มต่ำของเว่ยซือถูเอ่ยถามขึ้นด้วยความกังวล ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตกใจและความสงสัย เธอไม่ได้ตอบคำถามของเขา เพราะยามนี้เธอกำลังจมอยู่ในความคิดที่สับสนและวุ่นวาย นี่ฉันทะลุมิติเข้ามาในนิยายเรื่องนี้จริงๆ เหรอเนี่ย? แล้วทำไมฉันถึงกลายเป็นยัยผู้หญิงร้ายกาจ บ้าราคะ เป็นลาสบอสของเรื่องนี้ไปได้ล่ะโว้ย นี่มันฝันร้ายชัดๆ! เธอยกมือขึ้นกุมขมับ พยายามเรียบเรียงความคิดที่ยุ่งเหยิงในหัวให้เข้าที่เข้าทาง เอาเถอะ!เข้ามาอยู่ในนิยายที่เธอเขียนเองกับมือ มีเหตุผลอันใดให้ต้องหวาดกลัวกันเล่า ความกลัวและหนาวเหน็บเริ่มคืบคลานเข้ามาในจิตใจของเว่ยซือถู การที่องค์หญิงใหญ่ผละออกไปอย่างกะทันหันเช่นนี้ หมายความว่านางไม่พอใจในตัวเขาใช่หรือไม่? และหากเป็นเช่นนั้น..โทษประหารชีวิตคงหนีไม่พ้นอย่างแน่นอน "ขอองค์หญิงทรงเมตตากระหม่อมด้วย.." เว่ยซือถูรีบลงจากเตียง คุกเข่าลงกับพื้นห้องที่เย็นเยียบคารวะอย่างเต็มพิธี โขกศีรษะลงบนพื้นอย่างแรงจนเกิดเสียงดังสนั่น "กระหม่อมเว่ยซือถู เป็นเพียงขุนนางขั้นแปดตัวเล็กๆ มีบุญได้ถวายงานรับใช้องค์หญิง ถือเป็นสิริมงคลอันสูงสุดของตระกูลเว่ย หากกระหม่อมทำให้องค์หญิงทรงไม่พอใจในสิ่งใด ไม่ว่าจะเพียงเล็กน้อย กระหม่อมยินดีรับโทษประหารชีวิตอย่างไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น!" เสียงของเว่ยซือถูที่สั่นเทาด้วยความหวาดกลัวดึงเธอออกจากภวังค์ เธอปรายสายตาไปยังชายหนุ่มที่คุกเข่าอยู่บนพื้น ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อและน้ำตา ความสงสารเริ่มเกิดขึ้นในหัวใจของเธอ นี่เขากลัวขนาดนี้เลยเหรอ? แต่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเพราะองค์หญิงใหญ่นั้นได้ชื่อว่าโหดร้ายมากเลยนี่ เธอถอนหายใจก่อนจะเริ่มตั้งสติอีกครั้ง เธอรู้ว่าเธอต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าตรงหน้านี้ก่อน การปล่อยให้เขาคุกเข่าอยู่แบบนี้มีแต่จะทำให้เขากลัวมากขึ้น เธอยกยิ้มและพยายามพูดด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลและเป็นมิตรที่สุดเท่าที่จะทำได้ "ท่านขุนนางเว่ย..ลุกขึ้นเถิด" ฉางเล่อกล่าวพลางโบกมือ "เราไม่ได้ไม่พอใจเจ้าหรอก..เพียงแต่เราแค่สับสนนิดหน่อย" นางพยายามหาคำแก้ตัวที่ฟังดูสมเหตุสมผล เว่ยซือถูมองหน้าองค์หญิงด้วยความแปลกใจ น้ำเสียงของพระองค์เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง มันไม่ใช่เสียงที่เย่อหยิ่งและเย็นชาเหมือนที่เขาเคยได้ยินมา แต่มันกลับเป็นน้ำเสียงที่อ่อนโยนและนุ่มนวลอย่างบอกไม่ถูก หรือว่าพระองค์กำลังลองใจเขา "องค์หญิง.." เว่ยซือถูยังคงคุกเข่าอยู่ ไม่กล้าขยับตัว "กระหม่อมผิดไปแล้ว.." "เราบอกให้ท่านลุกขึ้น" เธอพูดย้ำอีกครั้ง "ท่านไม่ได้ทำความผิดอะไรทั้งสิ้น" เว่ยซือถูค่อยๆ ลุกขึ้นอย่างช้าๆ ใบหน้าของเขายังคงเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและความกังวล เธอมองดูร่างของเขาที่สั่นเทาด้วยความสงสาร "ท่าน..ออกไปก่อนเถิด เราอยากอยู่คนเดียวสักพัก" คำพูดขององค์หญิงฉางเล่อทำให้เว่ยซือถูตกใจอีกครั้ง ใบหน้าของเขาซีดเผือดราวกับคนตาย "องค์หญิง กระหม่อม.." เขาหยุดพูดไปชั่วคราว ก่อนที่จะพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเทามากกว่าเดิม "หากคืนแรกที่ถวายตัว กระหม่อมออกไปก่อนรุ่งสางตามธรรมเนียม..กระหม่อมจะต้องโทษประหารชีวิตพ่ะย่ะค่ะ!" เธอมองหน้าเว่ยซือถูด้วยความตกใจ โทษประหารชีวิต? เพียงเพราะออกจากห้องนี้ก่อนรุ่งสางเนี่ยนะ นี่มันไร้สาระสิ้นดี! นางนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนที่จะพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสงสารและเห็นใจ "เช่นนั้น..ท่านก็อยู่ต่อเถอะ เราไม่โกรธหรอก" เว่ยซือถูมองหน้าองค์หญิงด้วยความแปลกใจอีกครั้ง พระองค์อนุญาตให้เขาอยู่ต่องั้นหรือ ความรู้สึกโล่งใจเริ่มเกิดขึ้นในหัวใจของเว่ยซือถู แต่ในขณะเดียวกัน ความกังวลก็ยังคงอยู่ "องค์หญิง" เว่ยซือถูพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเทา "หากกระหม่อมทำให้องค์หญิงไม่พอใจ กระหม่อมก็จะต้องโทษประหารชีวิตอีกเช่นเดียวกัน..." เขาหยุดพูดไปชั่วคราว ก่อนที่จะพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเว้าว
Updated at
Reads
“ยินดีต้อนรับ หวังว่าคุณจะสนุกไปกับเกม...” ข้อความเฮงซวยนั่นขึ้นค้างอยู่ก่อนที่มันจะเริ่มจางหายไปเรื่อยๆ ฉันยกมือขึ้นมาทึ้งหัวตัวเองอย่างไร้ความหวังเมื่อการพยายามล็อกเอ้าท์ออกจากเกมนี้มันคือเรื่องที่เป็นไปไม่ได้.. นี่คือเกมฮาเร็มเรท20+ ที่ฉันทุ่มเงินไปมากกว่าสองหมื่นในการซื้อเกมนี้มาเล่น ด้วยราคาที่แพงมากพอสมควรนั่นทำให้ฉันตั้งความหวังกับเกมนี้เอาไว้สูงมากทีเดียวว่าระบบเสมือนจริงในเกมนี้คงจะทำให้ฉันได้เพลิดเพลินไปกับมัน ซึ่งในครั้งแรกที่ฉันปรากฏตัวอยู่ในเกมนี้ เถียงไม่ได้เลยว่าระบบของเกมนั้นดีเลิศ ประเสริฐศรีมากดั่งใจหวัง ฉันเข้ามาอยู่ในร่างขององค์หญิงเจเนวี ซึ่งเป็นผู้ที่จะต้องฝ่าฟันภารกิจต่างๆ เพื่อให้ไปให้ถึงตอนจบอันแสนสุขของเกมนี้ แต่สิ่งที่ทำให้เกมนี้มีผู้เล่นน้อยมาก นอกจากราคาของเกมที่สูงแล้วยังมีภารกิจที่ค่อนข้างยากอีกด้วย ในทุกภารกิจหากเลือกทางผิด ระบบจะส่งกลับไปยังจุดเริ่มต้นของด่านที่แล้ว ซึ่งหมายความว่าจะต้องเล่นด่านที่แล้วใหม่ถึงจะสามารถผ่านมาด่านถัดไปได้ เรื่องนั้นไม่ใช่ปัญหาของคนที่ชื่อชอบความท้าทายอย่างฉัน ภารกิจไม่ได้ยากเย็น และเกมนี้ก็มีความสมจริงในแบบที่เลือดกำเดาของฉันอาจจะไหลออกมาหมดตัวก็ได้ ทว่าสิ่งที่เป็นปัญหาในตอนนี้คือ..ฉันออกไปจากเกมนี้ไม่ได้ต่างหาก... “ระบบกำลังอัพเดท จะทำการล็อกเอ้าท์ในอีก 1254834786 ชั่วโมง..” บ้าไปแล้วรึไง หากฉันออกไปจากเกมนี่ไม่ได้ ไม่ใช่ว่าร่างจริงของฉันจะตายงั้นเรอะ ถึงแม้ว่าฉันจะชอบเกมนี้มากแต่หากว่ามันออกไปไม่ได้ การต้องเผชิญหน้าอยู่กับเรื่องราวในเกมนี้มันเป็นอะไรที่.. “องค์หญิงพ่ะย่ะค่ะ..” ฉันหันไปตามเสียงก็พบเจอกับเบรเดนที่กำลังเดินเปลือยกายเข้ามา นี่คือฉากแรกที่แสนสดใสในเกมฮาเร็มแห่งนี้ ฉากเปิดตัวที่ไม่มีวันลืมลงเพราะนี่คือฉากที่เจเนวีจะต้องร่วมหลับนอนกับองครักษ์ประจำตัวของเธอ.. อย่ามองกันด้วยสายตาเช่นนั้นเบรเดน ฉันไม่ใช่พระอิฐพระปูนที่จะทนไหว หากมีผู้ชายสุดแซ่บกำลังเดินเปลือยล่อนจ้อนมาหาฉันหรอกนะ.. เซอร์เบรเดน บูล ขุนนางยศ เซอร์ ตำแหน่งองครักษ์ประจำตัวขององค์หญิง เจเนวีแห่งราชวงศ์เซอร์เรียลอิล ระดับความยาว 1 ฉันเล่นเกมนี้ไปสามครั้งน่าจะได้ และในทุกครั้งที่พ่ายแพ้แล้วกลับมาเริ่มต้นด่านแรกใหม่นั้นมันไม่ใช่เรื่องน่าหงุดหงิดอะไรเลยจริงๆ ร่างกายของเบรเดนนั้นสุดแสนจะสมบูรณ์แบบราวกับรูปปั้นที่ถูกสร้างสรรค์มาจากฝีมือของจิตรกรฝีมือดีที่กำลังใช้จิตวิญญาณของเขาปั้นแต่งลงไปบนร่างกายนั้น กล้ามท้องที่มองกี่ครั้งก็หวั่นไหวและ..ส่วนนั้นของเขาที่ไม่ว่าจะเห็นกี่ครั้งก็ทำใจให้ชินไม่ได้สักที มันโค้งขึ้นเล็กน้อยราวกับพระจันทร์เสี้ยว และขนาดที่พอเหมาะพอดีนั่นทำให้ฉันไม่ได้รู้สึกเสียใจเลยที่ไม่สามารถผ่านด่านไปได้ เพราะการได้กลับมาเพลิดเพลินกับร่างกายนี้ครั้งแล้วครั้งเล่ามันคือเรื่องราวดีๆ ขอจับอีกสักครั้งจะตั้งใจเรียน..สาบานได้เลย เบรเดนเดินเข้ามาหาเธอก่อนที่เขาจะจับมือของเจเนวีเอาไว้ มืออีกข้างของเขาสัมผัสลงไปบนเส้นผมเหลืองสีทองของเธอเบาๆ เพื่อที่เส้นผมที่กำลังพัวพันยุ่งเหยิงจะได้กลับเข้าสู่สภาพปกติ “มีอะไรให้กระหม่อมช่วยไหมพ่ะย่ะค่ะ” หากจะมีอะไรให้เขาช่วยก็..พาเธอไปที่เตียงหลังจากนั้นก็ไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลง เราควรจะใช้ร่างกายในการพูดคุยกันแทน... “เบรเดน..พาข้าไปที่เตียง..” “ประกาศจากระบบ เนื่องจากมีเหตุขัดข้องทำให้ภารกิจต่างๆ อาจจะผิดพลาด เพราะฉะนั้นเพื่อให้มั่นใจว่าระบบภารกิจจะไม่มีการผิดพลาด ทางผู้ให้บริการขออนุญาตปิดโหมด NPC ระบบจะกลับมาให้บริการอีกครั้งในภายหลังค่ะ..” ห้ะ..ปิดโหมดNPC มันหมายความว่ายังไงกัน.. “ผลัวะ!!” เบรเดนผลักเธอออกในทันทีพร้อมกับใช้มือของเขาปิดส่วนสงวนของเขาเอาไว้เพื่อบดบังสายตาของเธอ ใบหน้าของเขามันแดงก่ำและแฝงไปด้วยความโกรธเคืองเล็กน้อย ไร้วี่แววความหลงใหลและคลั่งไคล้ในตอนแรกไปจนหมดสิ้น “เบรเดน? ..” “กระหม่อมคืออัศวินที่มีเกียรติ! หากองค์หญิงจะบังคับหรือว่าขืนใจกระหม่อมเช่นนั้นก็สังหารกระหม่อมเสียยังจะดีเสียกว่า!!” นี่มันเรื่อง..อะไรกันนะ? “มะ..หมายความว่ายังไงกันเบรเดน เมื่อครู่ไม่ใช่ว่าเจ้าถอดเสื้อผ้าพวกนั้นออกด้วยมือตัวเองไม่ใช่เรอะ!!” เขามองเธอด้วยแววตาที่แดงก่ำ “กระหม่อมยอมตายซะยังดีกว่า!!” เมื่อกล่าวจบเขาก็เดินไปหยิบมีดปอกผลไม้เพื่อทำท่าจะแทงลงไปบนคอตัวเอง ฉันรีบวิ่งไปหาเขาเพื่อที่จะจับมือของเขาเอาไว้ “ดะ..เดี๋ยวก่อน! เดี๋ยวก่อนสิ!!” ทำไมเรื่องมันเป็นแบบนี้ไปได้ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกสักหน่อยที่เธอและตัวละครเบรเดนมาพบเจอกัน “ปิดระบบ NPC” ฉันอ้าปากออกมาเล็กน้อยเมื่อคิดย้อนไปยังข้อความที่เด้งออกมาก่อนหน้านี้ หมายความว่าทุกตัวละครในเกมนี้กำลัง..หลุดออกจากระบบควบคุมงั้นเรอะ แบบนั้น..จริงๆ แล้วเบรเดนไม่ได้ต้องการแก้ผ้าในทุกครั้งที่มีการเริ่มต้นเกมใหม่ ในใจลึกๆ ของเขานั้น..เขาไม่ได้ต้องการองค์หญิงเจเนวีเลยงั้นสิ “...ไม่เป็นไรเบรเดน เจ้าไปสวมเสื้อผ้า...” “กระหม่อมได้ยินเสียงโวยวายดังออกไปจนถึงด้านนอก” ฉันเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง และสิ่งที่พบเจอคือคาดินันอีริคกำลังเดินเข้ามาด้านในด้วยท่าทางตกใจ ภารกิจข้อแรกในเกมคือการเอาชนะใจของเบรเดน นั่นคือภารกิจแรกที่โคตรง่ายเพราะเบรเดนนั้นชอบเจเนวีอยู่แล้ว ส่วนภารกิจที่สองคือการ..ร่วมหลับนอนกับคาดินัน คาดินันอีริค ผู้ปกครองวิหารศักดิ์สิทธิ์ และเป็นสหายคนสนิทของพี่ชายเจเนวี ระดับความยาก 4 หากถามเธอว่าทำไมเธอถึงกลับไปที่จุดเริ่มต้นบ่อยๆ นั่นก็เพราะว่าเธอไม่เคยผ่านด่านที่2เลยยังไงล่ะ นี่มันขี้โกงกันชัดๆ เอาระดับความยาก 4 ดาวมาไว้ในภารกิจที่2 ใครมันจะไปทำได้กันวะ อีริคหันหน้ามองไปทางอื่นเมื่อเขาเข้ามาพบเจอองค์หญิงและองครักษ์คนสนิทกำลังนั่งอยู่ตามลำพัง อีกทั้งเซอร์บลูยังไม่ได้สวมใส่เสื้อผ้าสักชิ้น..ส่วนองค์หญิงกำลังยื้อแย่งมีดออกไปจากมือของเซอร์ ไม่ต้องบอกก็พอจะเดาได้ว่านี่มันคือเรื่องอะไรกัน องค์หญิงเจเนวีจะต้องบังคับให้เซอร์ถอดเสื้อผ้าจนหมดแล้วร่วมหลับนอนกับนางอย่าง
Updated at
Reads
ฉันสามารถตกจากสวรรค์ได้นะคะ หากว่าท่านต้องการ หรือจะให้จมดิ่งลงไปสู่ขุมนรกที่มืดมิดที่สุดก็ย่อมได้ หากว่านั่นคือความปรารถนาของท่าน ฉันคิดว่าการทะลุมิติหรือกละบชาติมาเกิดมันน่าสนุกดี การเข้ามาเกิดใหม่ในนิยายที่ตนเองเคยอ่านแล้วยังไง..
Updated at
Reads
คนหนึ่งใช้ฉันเป็นเครื่องมือส่วนอีกคนใช้ฉันเพื่อทำลายอีกฝ่าย แต่ฉันจะใช้ตัวเองเพื่อทำให้เขาทั้งสองคนให้ย่อยยับลงไป ให้พวกเขาหมอบกราบร้องขอความรักจากฉัน เหมือนในตอนที่ฉันอ้อนวอนขอความช่วยเหลือจากเขา
Updated at
Dear Reader, we use the permissions associated with cookies to keep our website running smoothly and to provide you with personalized content that better meets your needs and ensure the best reading experience. At any time, you can change your permissions for the cookie settings below.
If you would like to learn more about our Cookie, you can click on Privacy Policy.