เกิดใหม่ครานี้ข้าต้องปีนเตียงท่านอาจารย์เพื่อถอนพิษ
Share:

เกิดใหม่ครานี้ข้าต้องปีนเตียงท่านอาจารย์เพื่อถอนพิษ

READING AGE 18+

ฝากรักไว้ที่ปลายฟ้า others

0 read

หุบเขาเร้นลับที่ถูกโอบล้อมด้วยปราการธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ ทัศนียภาพงดงามราวกับภาพวาดพู่กันจีน ทั้งม่านหมอกสีขาวบริสุทธิ์ที่ลอยอ้อยอิ่งเหนือยอดพฤกษา และเสียงน้ำตกที่ไหลกระทบโขดหินดังกังวานใส ท่ามกลางความวิจิตรตระการตาของธรรมชาตินี้ คือที่ตั้งของสำนักศึกษาอวิ๋นหลาน สถานศึกษาอันดับหนึ่งที่เลื่องชื่อลือนามที่สุดในแคว้น

สำนักศึกษาแห่งนี้คือสถานที่ที่เหล่าเชื้อพระวงศ์ ขุนนางระดับสูงและคหบดีผู้มั่งคั่ง ต่างแก่งแย่งแข่งขันกันส่งบุตรหลานของตนเข้ามาร่ำเรียน แต่ทว่าอวิ๋นหลานก็มีกฎเหล็กที่เข้มงวดและไม่อนุโลมให้แก่ผู้ใด นั่นคือบัณฑิตทุกคนล้วนเท่าเทียม ไม่ว่าเบื้องหลังตระกูลจะยิ่งใหญ่ค้ำฟ้าเพียงใด เมื่อก้าวเท้าเข้ามาในที่แห่งนี้ ทุกคนจะไร้ซึ่งสาวใช้หรือบ่าวรับใช้คอยติดตาม หอนอนถูกแบ่งแยกชายหญิงอย่างชัดเจน ห้ามมิให้ผู้ใดล่วงล้ำ ส่วนเรื่องการทำความสะอาดหอนอน ซักล้างอาภรณ์ หรือเตรียมอาหาร ล้วนเป็นหน้าที่ของเหล่าสาวใช้ประจำสำนักศึกษาที่ถูกจัดเตรียมไว้ให้เท่านั้น

วันนี้คือวันเปิดภาคเรียนวันแรก บรรยากาศหน้าประตูทางเข้าสำนักศึกษาจึงคึกคักเป็นพิเศษ บัณฑิตหนุ่มสาวในชุดเครื่องแบบสีขาวขลิบฟ้าของสำนักศึกษาต่างยืนจับกลุ่มพูดคุยกันอย่างออกรส ทว่าสายตาของคนเกือบทั้งหมดกลับไม่ได้จดจ่ออยู่กับการทักทายสหายเก่า พวกเขากำลังชะเง้อคอมองไปยังเส้นทางขึ้นเขา ราวกับกำลังรอคอยการปรากฏตัวของบุคคลสำคัญ

และเมื่อรถม้าคันงามที่ประดับด้วยตราสัญลักษณ์ของจวนเสนาบดีกู้และจวนของรัชทายาทเคลื่อนตัวเข้ามาจอดเทียบหน้าประตู เสียงจอแจเมื่อครู่ก็พลันเงียบกริบลงชั่วขณะ ก่อนจะระเบิดอื้ออึงขึ้นมาอีกครั้งเมื่อร่างของคนสองคนก้าวลงมาจากรถม้า

“โห..เจ้าดูนั่นสิ! วันนี้คุณหนูกู้ก็ยังคงงดงามสะคราญตาดั่งเช่นเคยเลยนะ” 

บัณฑิตหนุ่มผู้หนึ่งอุทานออกมา จ้องมองใบหน้างามตาค้าง

สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาทุกคนคือร่างระหงของกู้เจียวเจียว บุตรีเพียงคนเดียวของท่านเสนาบดีกู้ผู้ยิ่งใหญ่ นางก้าวเดินด้วยท่วงท่าสง่างามราวกับเทพธิดาจำแลง ผิวพรรณของนางขาวผ่องดุจหยกหิมะที่ไร้รอยตำหนิ สะท้อนแสงแดดอ่อนๆในยามเช้าจนดูเปล่งประกาย ดวงหน้ารูปไข่สมบูรณ์แบบประดับด้วยคิ้วโก่งดั่งใบหลิว นัยน์ตากลมโตสีนิลขลับของนางนั้นใสกระจ่างทว่าแฝงไว้ด้วยเสน่ห์ลึกล้ำราวกับห้วงมหาสมุทร จมูกโด่งรั้นรับกับริมฝีปากอวบอิ่มสีแดงชาดที่แย้มยิ้มบางๆ เพียงแค่นางปรายตามอง ก็มากพอที่จะทำให้บุรุษทั้งหลายหัวใจเต้นผิดจังหวะ

“สตรีอันดับหนึ่งแห่งแคว้นมิใช่คำกล่าวอ้างเกินจริงเลยแม้แต่น้อย นางงดงามจนข้าแทบลืมวิธีหายใจเสียแล้ว หากข้าได้จับมือนางเพียงสักครั้ง ข้าคงนอนตายตาหลับ” 

อีกคนกล่าวเสริมพร้อมกับทำหน้าเคลิ้มฝัน

“พวกเจ้าเลิกฝันกลางวันเสียเถิด ต่อให้ชื่นชมความงดงามนั้นมากแค่ไหน ก็ทำได้เพียงแค่มองเท่านั้นแหละ อย่าลืมสิว่าคุณหนูกู้มีคู่หมั้นคู่หมายที่ผู้ใหญ่กำหนดไว้แล้ว นั่นคือคุณชายเยี่ยนเชียนฉืออย่างไรเล่า ช่างเป็นกิ่งทองใบหยกที่สวรรค์ประทานมาคู่กันจริงๆน่าเสียดายนัก” 

เสียงถอนหายใจด้วยความเสียดายดังระงมไปทั่วบริเวณ

แต่เสียงฮือฮาก็ไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้น เมื่อชายหนุ่มอีกผู้หนึ่งก้าวตามลงมายืนเคียงข้างกู้เจียวเจียว เสียงกรีดร้องเบาๆของเหล่าบัณฑิตหญิงก็ดังขึ้นมาทันที

“โอ๊ย..คุณชายจ้าวก็เช่นกัน! วันนี้เขาก็ยังหล่อเหลาจนข้าแข้งขาอ่อนไปหมดแล้ว”

จ้าวเทียนอี้หรือองค์รัชทายาทผู้กุมหัวใจสตรีครึ่งค่อนเมือง ปรากฏตัวในชุดเครื่องแบบสำนักศึกษาที่ดูธรรมดา ทว่าเมื่อสวมอยู่บนร่างสูงโปร่งและเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้ออย่างบุรุษชาตรีของเขา กลับดูหรูหราและสง่างามเหนือผู้ใด ใบหน้าหล่อเหลาคมคายราวกับหยกสลักชั้นเลิศ สันกรามคมชัด ดวงตาเรียวคมที่มักจะแฝงแววขี้เล่นอยู่เสมอ และที่ร้ายกาจที่สุดคือรอยยิ้มมุมปากที่ดูเจ้าเล่ห์ทว่าทรงเสน่ห์จนยากจะต้านทาน แค่เขาขยับพัดในมือเบาๆและส่งยิ้มให้ บรรดาสตรีก็แทบจะล้มพับไปกองกับพื้น

“ทั้งสองท่านนั้นช่างเปล่งประกายมากเหลือเกิน เมื่อยืนอยู่เคียงข้างกันราวกับภาพวาดของเทพธิดาและเทพบุตรเลยเชียว!”

ท่ามกลางเสียงชื่นชม จ้าวเทียนอี้กวาดสายตามองเหล่าสตรีที่กำลังขวยเขินพร้อมกับส่งยิ้มโปรยเสน่ห์ไปทั่ว ก่อนจะหันกลับมามองสหายรักที่เติบโตมาด้วยกันตั้งแต่ยังแบเบาะ เขาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเมื่อสังเกตเห็นประกายตาบางอย่างของนาง

“นี่อาเจียว..วันนี้เจ้าอารมณ์ดีเรื่องอะไรกัน” 

จ้าวเทียนอี้เอ่ยถาม น้ำเสียงทุ้มต่ำแฝงความหยอกล้อ 

“ข้าเห็นเจ้ายิ้มมุมปากมาตั้งแต่ขึ้นรถม้าแล้ว มีเรื่องอันใดน่าสนุกงั้นหรือ”

กู้เจียวเจียวหันมามองสหายรัก ริมฝีปากอวบอิ่มของนางยกยิ้มกว้างขึ้นกว่าเดิม เป็นรอยยิ้มที่ดูงดงามทว่ากลับทำให้คนที่รู้จักนางดีอย่างจ้าวเทียนอี้รู้สึกเสียวสันหลังวาบ

“ที่ข้ายิ้ม..เพราะในวันนี้จะเกิดเรื่องดีน่ะสิอาอี้” 

นัยน์ตาสีนิลของนางทอประกายเย็นเยียบวูบหนึ่งก่อนจะจางหายไปอย่างรวดเร็ว 

“เจ้าน่ะคอยจับตาดูเอาไว้เถิด วันนี้จะมีเรื่องน่าสนุกเกิดขึ้นอย่างแน่นอน”

จ้าวเทียนอี้มองสหายรักอย่างไม่ค่อยจะไว้ใจนัก ปกติแล้วกู้เจียวเจียวเป็นสตรีที่เรียบร้อยและอ่อนหวานในสายตาคนภายนอก แต่เมื่อใดก็ตามที่ยัยตัวแสบผู้นี้เอ่ยปากบอกว่า จะเกิดเรื่องสนุก..นั่นมันมักจะหมายความว่ากำลังจะมีเรื่องฉิบหายวายป่วงเกิดขึ้นกับใครสักคนไม่ใช่หรือไง!

แต่ถึงกระนั้น เลือดในกายของจ้าวเทียนอี้ก็สูบฉีดด้วยความตื่นเต้น เขายกยิ้มกว้าง 

“หวังว่ามันจะเป็นเรื่องน่าสนุกจนคุ้มค่ากับที่ข้าอุตส่าห์ปฏิเสธคำเชิญดื่มชาของคุณหนูมู่ไปหรอกนะ”

กู้เจียวเจียวส่งยิ้มหวานหยดย้อยให้สหายรัก นางก้าวเดินนำหน้าไปอย่างแช่มช้อย น้ำเสียงใสกระจ่างเอ่ยตอบอย่างมั่นใจ 

“อาอี้..เรื่องสตรีน่ะ เจ้าจะไปหาพวกนางเมื่อไหร่ก็ย่อมได้ แต่เรื่องนี้น่ะ หากเจ้าไม่ดู..เจ้าจะพลาดไปทั้งชีวิตเลยล่ะ”

กู้เจียวเจียวระบายยิ้มหวานขึ้นมาที่มุมปาก ทว่าในใจของนางกลับกำลังหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง นางเดินนำบรรดาบัณฑิตมากมายมุ่งหน้าไปยังห้องเรียน แววตาของนางแน่วแน่และเย็นชาต่างจากเจียวเจียวคนเดิมอย่างสิ้นเชิง

เมื่อเดินมาถึงหน้าห้องเรียนขนาดใ

Unfold

Tags: HE
Latest Updated
25.ชอบจัง

แสงแดดรำไรที่สาดส่องผ่านช่องว่างของใบไผ่ด้านนอก ตกกระทบลงบนเตียงไม้ภายในเรือนพักอันเงียบสงบ อาภรณ์สีชมพูอ่อนของกู้เจียวเจียวและเสื้อคลุมสีฟ้าของเวินจิ้งซีถูกโยนทิ้งไปกองรวมกันอยู่ที่พื้นห้องอย่างไร้เยื่อใย บนเตียงกว้างที่บัดนี้กลายเป็นสมรภูมิแห่งความลุ่มหลง ร่างเปลือยเปล่าของดรุณีน้อยกำลังสั่นสะท้านอยู่ภายใต้สายตาที่ร้อนแรงดุจเปลวเพลิงของบุรุษผู……

Comment

    Navigate with selected cookies

    Dear Reader, we use the permissions associated with cookies to keep our website running smoothly and to provide you with personalized content that better meets your needs and ensure the best reading experience. At any time, you can change your permissions for the cookie settings below.

    If you would like to learn more about our Cookie, you can click on Privacy Policy.