องค์หญิงค์ใหญ่ผู้นี้ ไม่ขอรับสนมชายคนที่สี่เข้าจวน
Share:

องค์หญิงค์ใหญ่ผู้นี้ ไม่ขอรับสนมชายคนที่สี่เข้าจวน

READING AGE 18+

ฝากรักไว้ที่ปลายฟ้า Romance

0 read

แสงจันทร์สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างบานใหญ่ เผยให้เห็นเรือนร่างสองร่างที่กำลังหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวบนเตียงนอนหลังใหญ่ที่ประดับด้วยม่านมุ้งสีแดงสด บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของดอกไม้ป่าผสมผสานกับกลิ่นอายแห่งราคะอันร้อนแรง

"อ๊ะ.."

เสียงครางแผ่วเบาเล็ดลอดออกจากริมฝีปากบางของสตรีผู้เลอโฉม นางกำลังเคลื่อนไหวร่างกายอย่างเป็นจังหวะอยู่ด้านบน ใบหน้าแดงซ่านด้วยความเร่าร้อน ดวงตาฉ่ำวาวปรือปรอยราวกับตกอยู่ในห้วงแห่งความฝัน

นี่มัน..เกิดอะไรขึ้นกันนะ

ความรู้สึกแปลกประหลาดแล่นพล่านไปทั่วร่างกาย มันไม่ใช่ความเจ็บปวด แต่เป็นความรู้สึกที่..บอกไม่ถูก 

ร่างกายของเธอเคลื่อนไหวไปเองตามสัญชาตญาณ โดยที่จิตวิญญาณของเธอยังคงมึนงงและสับสน

ฉันอยู่ที่ไหนกัน

เธอพยายามลืมตาขึ้น แต่เปลือกตามันหนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยก้อนหิน ความทรงจำสุดท้ายของเธอคือการนั่งปั่นนิยายอยู่หน้าคอมพิวเตอร์จนดึกดื่น แล้วก็หลับไป..แต่ทำไมเธอถึงรู้สึกเหมือนกำลัง..

ภาพตรงหน้าเริ่มแจ่มชัดขึ้นเมื่อดวงตาทั้งสองข้างเริ่มมองเห็น ใบหน้าหล่อเหลาที่อยู่ใต้ร่างกำลังขบกัดริมฝีปากเพื่อไม่ให้มีเสียงอันใดเล็ดลอดออกมา ดวงตาคมคายที่เต็มไปด้วยความเขินอายและประหม่าของอีกฝ่ายช้อนสายตามองเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหลงใหล

เว่ยซือถู!

ชื่อนี้ผุดขึ้นมาในหัวของเธอทันที ตัวละครขุนนางขั้นเจ็ด บัณฑิตหนุ่มผู้เฉลียวฉลาดอ่อนโยน หนึ่งในสนมชายขององค์หญิงใหญ่ฉางเล่อในนิยายที่เธอเขียน!

นิยายเรื่องนกกระเรียนในกรงทอง บรรยายถึงองค์หญิงใหญ่ว่าเป็นผู้หญิงที่ร้ายกาจ บ้าราคะ และชั่วช้าแบบสุดๆ นี่เธอเข้ามาอยู่ในร่างของฉางเล่องั้นเรอะ!

สวรรค์ช่างเล่นตลกกับเธอเสียจริง ได้เข้ามาอยู่ร่างของฉางเล่อยังเลวร้ายไม่พอรึไง ถึงให้เธอเข้ามาสวมร่างในตอนที่สตรีผู้นั้นกำลังเข้าด้ายเข้าเข็มกับสนมชายของนางอีก!

ความจริงกระแทกเข้ากลางใจของเธอราวถูกค้อนทุบ เธอรีบผละออกจากร่างของเว่ยซือถูในทันทีอย่างรวดเร็ว จนอีกฝ่ายตกใจและงุนงง เธอเกือบจะหงายหลังล้มลงบนเตียงเพราะความอ่อนไหวที่ยังเด่นชัดในร่างกาย โชคดีที่มือของเธอคว้าขอบเตียงเอาไว้ได้ทัน

"องค์หญิง..ทรงเป็นอะไรไปหรือพ่ะย่ะค่ะ?"

เสียงทุ้มต่ำของเว่ยซือถูเอ่ยถามขึ้นด้วยความกังวล ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตกใจและความสงสัย

เธอไม่ได้ตอบคำถามของเขา เพราะยามนี้เธอกำลังจมอยู่ในความคิดที่สับสนและวุ่นวาย

นี่ฉันทะลุมิติเข้ามาในนิยายเรื่องนี้จริงๆ เหรอเนี่ย? แล้วทำไมฉันถึงกลายเป็นยัยผู้หญิงร้ายกาจ บ้าราคะ เป็นลาสบอสของเรื่องนี้ไปได้ล่ะโว้ย นี่มันฝันร้ายชัดๆ!

เธอยกมือขึ้นกุมขมับ พยายามเรียบเรียงความคิดที่ยุ่งเหยิงในหัวให้เข้าที่เข้าทาง เอาเถอะ!เข้ามาอยู่ในนิยายที่เธอเขียนเองกับมือ มีเหตุผลอันใดให้ต้องหวาดกลัวกันเล่า

ความกลัวและหนาวเหน็บเริ่มคืบคลานเข้ามาในจิตใจของเว่ยซือถู การที่องค์หญิงใหญ่ผละออกไปอย่างกะทันหันเช่นนี้ หมายความว่านางไม่พอใจในตัวเขาใช่หรือไม่? และหากเป็นเช่นนั้น..โทษประหารชีวิตคงหนีไม่พ้นอย่างแน่นอน

"ขอองค์หญิงทรงเมตตากระหม่อมด้วย.."

เว่ยซือถูรีบลงจากเตียง คุกเข่าลงกับพื้นห้องที่เย็นเยียบคารวะอย่างเต็มพิธี โขกศีรษะลงบนพื้นอย่างแรงจนเกิดเสียงดังสนั่น

"กระหม่อมเว่ยซือถู เป็นเพียงขุนนางขั้นแปดตัวเล็กๆ มีบุญได้ถวายงานรับใช้องค์หญิง ถือเป็นสิริมงคลอันสูงสุดของตระกูลเว่ย หากกระหม่อมทำให้องค์หญิงทรงไม่พอใจในสิ่งใด ไม่ว่าจะเพียงเล็กน้อย กระหม่อมยินดีรับโทษประหารชีวิตอย่างไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น!"

เสียงของเว่ยซือถูที่สั่นเทาด้วยความหวาดกลัวดึงเธอออกจากภวังค์ เธอปรายสายตาไปยังชายหนุ่มที่คุกเข่าอยู่บนพื้น ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อและน้ำตา ความสงสารเริ่มเกิดขึ้นในหัวใจของเธอ

นี่เขากลัวขนาดนี้เลยเหรอ? แต่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเพราะองค์หญิงใหญ่นั้นได้ชื่อว่าโหดร้ายมากเลยนี่

เธอถอนหายใจก่อนจะเริ่มตั้งสติอีกครั้ง เธอรู้ว่าเธอต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าตรงหน้านี้ก่อน การปล่อยให้เขาคุกเข่าอยู่แบบนี้มีแต่จะทำให้เขากลัวมากขึ้น

เธอยกยิ้มและพยายามพูดด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลและเป็นมิตรที่สุดเท่าที่จะทำได้

"ท่านขุนนางเว่ย..ลุกขึ้นเถิด"

ฉางเล่อกล่าวพลางโบกมือ

"เราไม่ได้ไม่พอใจเจ้าหรอก..เพียงแต่เราแค่สับสนนิดหน่อย"

นางพยายามหาคำแก้ตัวที่ฟังดูสมเหตุสมผล

เว่ยซือถูมองหน้าองค์หญิงด้วยความแปลกใจ น้ำเสียงของพระองค์เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง มันไม่ใช่เสียงที่เย่อหยิ่งและเย็นชาเหมือนที่เขาเคยได้ยินมา แต่มันกลับเป็นน้ำเสียงที่อ่อนโยนและนุ่มนวลอย่างบอกไม่ถูก หรือว่าพระองค์กำลังลองใจเขา

"องค์หญิง.."

เว่ยซือถูยังคงคุกเข่าอยู่ ไม่กล้าขยับตัว

"กระหม่อมผิดไปแล้ว.."

"เราบอกให้ท่านลุกขึ้น"

เธอพูดย้ำอีกครั้ง

"ท่านไม่ได้ทำความผิดอะไรทั้งสิ้น"

เว่ยซือถูค่อยๆ ลุกขึ้นอย่างช้าๆ ใบหน้าของเขายังคงเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและความกังวล เธอมองดูร่างของเขาที่สั่นเทาด้วยความสงสาร

"ท่าน..ออกไปก่อนเถิด เราอยากอยู่คนเดียวสักพัก"

คำพูดขององค์หญิงฉางเล่อทำให้เว่ยซือถูตกใจอีกครั้ง ใบหน้าของเขาซีดเผือดราวกับคนตาย

"องค์หญิง กระหม่อม.."

เขาหยุดพูดไปชั่วคราว ก่อนที่จะพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเทามากกว่าเดิม

"หากคืนแรกที่ถวายตัว กระหม่อมออกไปก่อนรุ่งสางตามธรรมเนียม..กระหม่อมจะต้องโทษประหารชีวิตพ่ะย่ะค่ะ!"

เธอมองหน้าเว่ยซือถูด้วยความตกใจ โทษประหารชีวิต? เพียงเพราะออกจากห้องนี้ก่อนรุ่งสางเนี่ยนะ นี่มันไร้สาระสิ้นดี! นางนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนที่จะพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสงสารและเห็นใจ

"เช่นนั้น..ท่านก็อยู่ต่อเถอะ เราไม่โกรธหรอก"

เว่ยซือถูมองหน้าองค์หญิงด้วยความแปลกใจอีกครั้ง พระองค์อนุญาตให้เขาอยู่ต่องั้นหรือ ความรู้สึกโล่งใจเริ่มเกิดขึ้นในหัวใจของเว่ยซือถู แต่ในขณะเดียวกัน ความกังวลก็ยังคงอยู่

"องค์หญิง"

เว่ยซือถูพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเทา

"หากกระหม่อมทำให้องค์หญิงไม่พอใจ กระหม่อมก็จะต้องโทษประหารชีวิตอีกเช่นเดียวกัน..."

เขาหยุดพูดไปชั่วคราว ก่อนที่จะพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเว้าว

Unfold

Tags: HEtime-travelsuperpowerpolygamy
Latest Updated

ในปีรัชศกที่สิบสามแห่งรัชสมัยจวิ้นเซียนหลาง ทั่วทั้งแผ่นดินจวิ้นหลางกลับมาสว่างไสวด้วยแสงโคมมงคลสีแดงอีกครั้ง ทว่าครานี้ความยินดีนั้นยิ่งใหญ่กว่าครั้งใดๆ เพราะเหนือยอดตำหนักฮองเฮามีรุ้งเจ็ดสีพาดผ่านยามอรุณรุ่ง เป็นสัญญาณมงคลถึงการประสูติของทายาทมังกร

ฮองเฮาเสี่ยวเล่อ (หรือฉางเล่อของบรรดาสามี) ได้ให้กำเนิดโอรสสวรรค์แฝดชายผู้มีสิริโฉม……

Comment

    Navigate with selected cookies

    Dear Reader, we use the permissions associated with cookies to keep our website running smoothly and to provide you with personalized content that better meets your needs and ensure the best reading experience. At any time, you can change your permissions for the cookie settings below.

    If you would like to learn more about our Cookie, you can click on Privacy Policy.