นายตัวร้ายหยุดมั่น เด็กคนนี้ไม่ใช่ลูกของท่านสักหน่อย
READING AGE 18+
ภายในห้องหับที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกำยานหอมละมุน อุณหภูมิร้อนระอุจนหยาดเหงื่อซึมชื้นไปตามผิวเนื้อที่กำลังเสียดสีกันอย่างแนบแน่น เสียงหอบหายใจและเสียงครางเครือของบุรุษและสตรีดังก้องสะท้อนไปทั่วเตียงไม้สลักลาย ม่านมุ้งสีแดงเข้มพลิ้วไหวตามจังหวะการสอดประสานที่ทั้งหนักหน่วงและเร่าร้อน
ชายหนุ่มผู้หล่อเหลากดทาบทับร่างแกร่งกำยำลงมา เขาพรมจูบไปตามลาดไหล่เนียนละเอียดและลำคอระหงอย่างตะกละตะกลาม ราวกับสัตว์ป่าที่กำลังกลืนกินเหยื่ออันโอชะ มือหนากดสะโพกกลมกลึงของมู่หนานจื่อเอาไว้แน่น ก่อนจะกดแทรกความแข็งขืนดุดันล่วงล้ำเข้าไปในร่างกายของนางอย่างลึกล้ำ
"อ๊ะ.."
มู่หนานจื่อหอบสะท้าน ร่างกายของนางบิดเร่าไปตามแรงอารมณ์ที่เขาสาดซัดเข้าใส่ ความสุขสมและความลุ่มหลงที่ก่อตัวขึ้นตลอดระยะเวลาหลายเดือนที่อยู่ด้วยกัน ทำให้นางหลงลืมสถานะตัวประกอบของตนเองไปจนหมดสิ้น แม้จนบัดนี้เราสองคนต่างไม่เคยเอื้อนเอ่ยถามไถ่ถึงชื่อแซ่ของกันและกัน ทว่าความผูกพันทางกายกลับถลำลึกจนยากจะถอนตัว หญิงสาวยกมือที่สั่นเทาขึ้นประคองใบหน้าหล่อเหลาที่ชื้นไปด้วยหยาดเหงื่อของเขา นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยเบาๆที่ข้างแก้มสาก นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนทอดมองเขาด้วยความรักที่เอ่อล้นจนไม่อาจกักเก็บไว้ได้อีกต่อไป
"ข้าชอบท่าน.."
นางเอ่ยกระซิบด้วยน้ำเสียงหวานล้ำที่เจือไปด้วยแรงอารมณ์
"ข้าอยากอยู่กับท่านเช่นนี้ตลอดไป..อยากอยู่เคียงข้างท่าน.."
ทว่า..สิ้นประโยคอันแสนหวาน จังหวะการเคลื่อนไหวอันดุดันเร่าร้อนกลับหยุดชะงักลงราวกับถูกแช่แข็ง
ชายหนุ่มนิ่งงันไป แววตาที่เคยลุกโชนไปด้วยไฟปรารถนาพลันมอดดับลง เหลือเพียงความว่างเปล่าและเยือกเย็น เขาดึงตัวเองออกห่างจากร่างกายของนางช้าๆ ลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงโดยไม่แม้แต่จะดึงผ้าห่มมาปกปิดร่างกายที่เปลือยเปล่า
"..ขออภัยด้วยที่ข้าไม่คิดเช่นนั้น"
น้ำเสียงของเขาเรียบสนิท ไร้ซึ่งความอ่อนโยนที่เคยมีเมื่อครู่
มู่หนานจื่อนอนนิ่งอยู่บนเตียง รอยยิ้มที่เคยวาดอยู่บนริมฝีปากค่อยๆเลือนหายไป ความหนาวเหน็บเริ่มเกาะกินขั้วหัวใจ แม้ว่าในห้องนี้จะร้อนอบอ้าวเพียงใดก็ตาม
"ทุกอย่างที่เป็นอยู่เช่นนี้มันก็ดีอยู่แล้วไม่ใช่หรือ"
เขากล่าวต่อด้วยท่าทีเย็นชา ราวกับกำลังเจรจาการค้าที่ไร้ซึ่งความรู้สึก
"ข้าชอบร่างกายของเจ้า และเจ้าเองก็หลงใหลในร่างกายของข้า เราสองคนต่างพึงพอใจกับเรื่องนี้..เช่นนั้นเจ้าจะเรียกร้องสิ่งอื่นใดที่มันมากกว่านี้ไปทำไมกัน"
คำพูดของเขาเปรียบเสมือนฝ่ามือที่ตบหน้ามู่หนานจื่อฉาดใหญ่ นางรู้สึกหน้าชาจนไร้ความรู้สึก ก้อนเนื้อในอกซ้ายปวดหนึบราวกับถูกบีบอัด นางชอบเขา..ระยะเวลาที่อยู่ด้วยกันทำให้นางตกหลุมรักเขาไปโดยที่ไม่รู้ตัว แต่นางกลับโง่งมที่คิดไปเองว่าความเร่าร้อนบนเตียงคือความรัก แต่สำหรับเขาแล้ว มันก็แค่ความใคร่ที่ต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์เท่านั้น
มู่หนานจื่อสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อกลั้นน้ำตาที่เอ่อรื้น นางจะไม่ยอมร้องไห้ให้บุรุษมักมากผู้นี้เห็นเด็ดขาด หญิงสาวหยัดกายลุกขึ้นจากเตียง คว้าชุดกระโปรงที่ตกอยู่บนพื้นมาสวมใส่อย่างลวกๆ ท่ามกลางสายตาของเขาที่มองมาด้วยความไม่เข้าใจ
เมื่อจัดการเสื้อผ้าเรียบร้อย นางก็หันกลับมาจ้องมองใบหน้าของคนที่นางเคยรัก พร้อมกับยกยิ้มมุมปาก..เป็นรอยยิ้มที่ทั้งเย่อหยิ่งและเย็นชาที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็น
"ในเมื่อท่านคิดว่า ข้าพึงพอใจเพียงแค่ร่างกายของท่าน.."
มู่หนานจื่อล้วงเข้าไปในแขนเสื้อ ก่อนจะหยิบถุงเงินปักลายที่อัดแน่นไปด้วยก้อนตำลึงเงินออกมา แล้วโยนมันใส่หน้าอกของเขาอย่างแรง
"เคร้ง!"
"เช่นนั้นท่านก็ควรรับเงินค่าตัวไปด้วยนะเจ้าคะ ถือเสียว่าเป็นค่าเหนื่อยที่อุตส่าห์ปรนเปรอข้ามาหลายเดือน!"
ชายหนุ่มที่นั่งอยู่หน้าตึง กำถุงเงินในมือแน่นด้วยความกรุ่นโกรธ
"ลาก่อนคุณชาย ขอให้ชาตินี้เราอย่าได้พบเจอกันอีกเลย"
นางหันหลังเดินจากมาอย่างเด็ดเดี่ยว ไม่แม้แต่จะหันกลับไปมองเขาอีก ในเมื่อเขาไร้หัวใจ ก็ไม่มีเหตุผลอันใดที่นางจะต้องจมปลักอยู่กับความสัมพันธ์ที่ไร้หนทางสมหวังนี้ สู้ตัดใจทิ้งมันไปเสียตั้งแต่วันนี้ยังดีกว่า!
หกปีต่อมา..งานเลี้ยงเฉลิมฉลองในวังหลวง
บรรยากาศภายในอุทยานหลวงคราคร่ำไปด้วยเหล่าเชื้อพระวงศ์ ขุนนางชั้นผู้ใหญ่ และฮูหยินคุณหนูจากตระกูลสูงศักดิ์ เสียงดนตรีมโหรีบรรเลงขับกล่อมประสานกับเสียงพูดคุยสรวลเสเฮฮา ทว่าความสนใจของคนเกือบทั้งงานกลับพุ่งเป้าไปที่สตรีผู้หนึ่งซึ่งเพิ่งก้าวเข้ามาในงาน
มู่หนานจื่อในวัยยี่สิบหกปี งดงามสะพรั่งยิ่งกว่าดอกมู่ตานที่กำลังเบ่งบานเต็มที่ นางอยู่ในชุดอาภรณ์สีฟ้าสดปักลายหงส์สีทองอันวิจิตรตระการตา ใบหน้างดงามหมดจดประดับด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ดูสูงส่งและห่างเหิน ข้างกายของนางมีเด็กหญิงตัวน้อยวัยห้าขวบ หน้าตาจิ้มลิ้มพริ้มเพรา สวมชุดกระโปรงสีเข้าคู่กัน เดินจับมือมารดามาอย่างว่าง่าย
ทุกคนในเมืองหลวงต่างรู้ดีว่า คุณหนูรองตระกูลมู่ผู้นี้คือหญิงหม้ายที่สามีตายจากไปตั้งแต่ตอนที่นางไปศึกษาที่แดนใต้ ทว่าความงดงามของนางกลับดึงดูดสายตาบุรุษน้อยใหญ่ให้จ้องมองจนตาค้าง
ในขณะที่มู่หนานจื่อกำลังกวาดสายตามองหาที่นั่งของตระกูลมู่ สายตาของนางก็พลันปะทะเข้ากับร่างสูงใหญ่ของบุรุษผู้หนึ่งที่ประทับอยู่บนที่นั่งของเชื้อพระวงศ์ระดับสูง
ชายผู้นั้นสวมชุดหลงเปาสีดำปักลายดิ้นทอง สวมกวานหยกบนศีรษะ บ่งบอกถึงฐานะอันสูงส่งเหนือผู้คนนับหมื่น..เขาคือรุ่ยอ๋องพระอนุชาผู้ทรงอำนาจของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน
และในวินาทีนั้นเองที่มู่หนานจื่อเพิ่งได้ล่วงรู้ฐานะที่แท้จริงของเขา..ชายแปลกหน้าที่นางเคยจ่ายค่าตัวให้เมื่อหกปีก่อน แท้จริงแล้วคือท่านอ๋องผู้สูงศักดิ์แห่งแคว้น
เมื่อสายตาประสานกัน มู่หนานจื่อเพียงยกยิ้มแย้มอย่างงดงามไร้ที่ติ นางมองเขาด้วยสายตาที่ว่างเปล่าราวกับมองก้อนหินริมทาง แตกต่างจากรุ่ยอ๋องโดยสิ้นเชิง..
ทันทีที่เขาเห็นใบหน้าของนางและเด็กหญิงตัวน้อยที่หน้าตาละม้ายคล้ายคลึงกับเขาราวกับถอดแบบออกมา ใบหน้าหล่อเหลาก็พลันซีดเผือดราวกับเห็นผี ดวงตาคมกริบเบิกกว้าง มือที่กำลังถือจอกสุราสั่นสะท้านจนน้ำเมาหกเลอะเทอะอาภรณ์ราคาแพง ทว่าเขา
Unfold
ม่านฝนสีเทาหม่นเทกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่งราวกับฟากฟ้าเบื้องบนรั่วซึม ไป๋เหมียนเหมียนยืนกางร่มกระดาษเคลือบน้ำมันอยู่ที่หน้าประตูร้าน ทอดสายตามองฝ่าม่านสายฝนออกไปด้วยหัวใจที่เต้นระรัว ไม่นานนัก..เงาร่างของคนสามคนก็ปรากฏขึ้นที่หัวมุมถนน
กู้สืออันกำลังสาวเท้าวิ่งฝ่าสายฝนเข้ามาหา แผ่นหลังของบัณฑิตหนุ่มมีร่างเล็กๆของอาอวี้เกาะอยู่แน่น เขา……
Dear Reader, we use the permissions associated with cookies to keep our website running smoothly and to provide you with personalized content that better meets your needs and ensure the best reading experience. At any time, you can change your permissions for the cookie settings below.
If you would like to learn more about our Cookie, you can click on Privacy Policy.
Waiting for the first comment……